ฟิลเลอร์ คืออะไร ?

   

   ฟิลเลอร์คือ สารเติมเต็มผิวหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า เดอร์มอล ฟิลเลอร์ (Dermal filler) คือ สารไฮยารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic acid ) หรือ HA เป็นสารที่รับรองมาตรฐานความปลอดภัยทั่วโลกแล้ว เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีองค์ประกอบของคอลลาเจน มีโครงสร้างประกอบกันเป็นร่างแหด้วยวิธีการทางเคมี ซึ่งมีอยู่แล้วในเซลล์ผิว และมีความปลอดภัย

คุณสมบัติของฟิลเลอร์ ช่วยในการกักเก็บน้ำของชั้นใต้ผิวที่ได้รับการแก้ไข หน้าตอบ ร่องแก้มลึก ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง หรือเพิ่มปริมาตรให้กับผิว เทียบได้กับการติดสปริงให้กับผิว ให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึงกระชับขึ้น ผิวเรียบเสมอกัน ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างชัดเจน  สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถนำฟิลเลอร์ มาเติมเติมได้ทุกส่วนของผิว

จุดที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

– ฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและยาวขึ้น
– ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มร่องแก้มที่ลึก ลดปัญหาแก้มตอบ สาเหตุทำให้ดูแก่ก่อนวัย
– ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ขมับ เติมเต็มบริเวณใบหน้าผากที่แบบทำให้นูนดูมีมิติและสวยเข้ารูป
– ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เติมเต็มริ้วรอยใต้ตาให้ดูไม่ลึก
– ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก เติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม เติมริ้วรอยร่องมุมปาก
– ฉีดฟิลเลอร์จมูก ช่วยให้จมูกโด่งได้ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม
– ฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มหลุมแผลเป็น

ประเภทของการฉีดฟิลเลอร์

1. แบบชั่วคราว (Temporary Filler) จะมีอายุการใช้ประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยสูง และสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2. แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) แบบนี้จะมีอายุยาวกว่าแบบที่ 1 สามารถอยู่ถึง 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง

3. แบบถาวร (Permanent Filler) เป็นสารเติมเต็มแบบ ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังจากฉีดไปแล้วสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สามารถสลายได้องตามธรรมชาติ และ อาจมีผลข้างเคียงระยะยาว

กฏเอฟเอ คัพที่เปลี่ยนไป

 

ศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพของประเทศอังกฤษ ถือว่าเป็นการแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุดของวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้ ซึ่งทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะเปิดให้ทุกทีมสามารถลงสมัคแข่งขันในรายการนี้ได้หมด ไม่เว้นแม้แต่ทีมนอกลีกก็ตาม ซึ่งกฏกติกาในยุคเก่านั้นจะต้องมีการเตะนัดรีเพลย์ หากว่าไม่สามารถหาผู้ชนะกันได้ในนัดแรก ทำให้มีสโลแกนประจำรายการนี้ว่าไม่มีที่ว่างสำหรับผู้แพ้ เนื่องจากจะไม่มีการเตะแบบเหย้าเยือนเหมือนอย่างในฟุตบอลลีก คัพที่จะมีการเตะเหย้าเยือนกันในรอบรองชนะเลิศ โดยก่อนหน้านี้ทางเอฟเอได้ออกกฏจะไม่มีการแข่งขันนัดรีเพลย์ตั้งแต่รอบ 5 เป็นต้นไป โดยจะเริ่มต้นใช้กฏนี้กันในฤดูกาล 2019-2020 ซึ่งก็คือฤดูกาลหน้านั่นเอง แต่ทว่าล่าสุดก็ได้มีการออกมาอัพเดทกฏการแข่งขันใหม่อีกครั้ง โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ฤดูกาลนี้เลย โดยรอบ 5 ของฤดูกาลนี้จะไม่มีการแข่งขันนัดรีเพลย์อีกแล้ว และจะต้องทำการเตะให้รู้ผลกันในนัดเดียวเลย ทั้งการต่อเวลาพิเศษ รวมถึงการตัดสินกันด้วยจุดโทษในท้ายที่สุดด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการลดจำนวนนัดไปอีกเล็กน้อย ในกรณีที่มีผลเสมอเกิดขึ้นกันในรอบ 5 ขึ้นไป ซึ่งน่าจะช่วย และเอื้อประโยชน์กับทีมใหญ่ที่ต้องเล่นในศึกฟุตบอลยุโรปได้อีกทางหนึ่งก็ได้ หากกรณีที่มีทีมใหญ่ทำได้เพียงแค่เสมอ แทนที่จะต้องไปเสียแรงเตะเพิ่มอีก 1 นัด กลับกลายเป็นเตะให้รู้ผลไปในนัดเดียวเลย ซึ่งก็ถือว่าเป็นกฏที่หลายๆ สโมสรต้องการเลยด้วยซ้ำ และเข้ากับฟุตบอลสมัยใหม่ที่มีการแข่งขันกันถี่ด้วย

ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ถือว่าเป็นฟุตบอลรายการที่ทุกทีมในอังกฤษนั้นต่างก็ต้องการที่จะคว้าแชมป์มาครอบครอง เพราะมีเกียรติประวัติที่ยาวนาน รวมถึงมีคุณค่า และมีความหมายเป็นอย่างยิ่งด้วย ซึ่งทุกทีมล้วนแต่จะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามในรายการนี้โดยตลอด ต่างจากฟุตบอลีก คัพ ที่บรรดาทีมยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีก หรือแม้แต่ทีมระดับกลางๆ ก็ตาม มักจะส่งผู้เล่นสำรอง หรือนักเตะดาวรุ่งลงสนามกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ฟุตบอลรายการนี้ยังมีความศักดิ์สิทธิ์ และมนตร์ขลัง และยังทำให้น่าดูอยู่เสมอ โดยฤดูกาลนี้จะถือว่าเป็นฤดูกาลสุดท้ายแล้วที่ฟุตบอลเอฟเอ คัพจะเตะกันในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของฟุตบอลรายการนี้เลยก็ว่าได้ แต่ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าพวกเขาได้ทำการเปลี่ยนกฏไปเตะกันในช่วงกลางสัปดาห์เสียแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งของศึกเอฟเอ คัพ

ในที่สุดก็ต้องปลด

    หลังจากที่แพ้ให้กับลิเวอร์พูลไป 1-3 เมื่อช่วงกลางเดือนธันวคมที่ผ่านมา ทำให้สุดท้ายแล้วบอร์ดบริหารของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ทนเห็นสภาพความย่ำแย่ของทีมต่อไปไม่ไหว เมื่อได้ทำการตัดสินใจปลดโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมไปเป็นที่เรียบร้ยอลแล้ว ทำให้เป็นข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์เลยทีเดียว เมื่อกองแช่งที่พยายามเซฟมูมาตลอดฤดูกาลก็ต้องพบกับความผิดหวังจนได้ ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดของบอร์ดบริหาร แต่ว่าไม่ถึงกับโหดเหี้ยมกับกุนซือวัย 55 ปีจนเกินไปแต่อย่างใด เนื่องจากผลงานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้นั้นย่ำแย่จริงๆ ซึ่งพวกเขาควรจะปลดอดีตกุนซือเชลซี และเรอัล มาดริด ก่อนหน้านี้แล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ได้ให้โอกาสในการพิสูจน์ฝีมืออยู่นานเลยทีเดียว จนสุดท้ายทำทีมพ่ายต่อคู่อริต่อหน้าต่อตาบอร์ดบริหารของสโมสรอย่างเอ็ด วู๊ดเวิร์ด รวมถึงตำนานของสโมสรอย่างเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันอีกด้วย ที่น่าจะมีส่วนกระตุ้นให้เจ้าของทีมทำการปลดมูรินโญ่ออกจากตำแหน่ง และยอมเสียเงินค่าชดเชยก้อนโตให้กับกุนซือชาวโปรตุกีสอีกด้วย

หากมองจากมุมมองโดยรวม และสถานการณ์ของทีม “ปีศาจแดง” ในฤดูกาลนี้แล้ว การที่พวกเขาตัดสินใจปลดโชเซ่ มูรินโญ่ออกจากตำแหน่งไป และเลือกที่จะหากุนซือเข้ามารักษาการแทน โดยที่จะไม่ทำการตั้งกุนซือแบบถาวรในช่วงระหว่างฤดูกาล นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ได้มีความคาดหวังกับผลงานของทีมในฤดูกาลนี้แล้ว โดยคงขอแค่ไม่ต้องตกชั้นก็เป็นพอ ซึ่งคะแนนตอนนี้ก็น่าจะปลอดภัยอยู่แล้วไม่ว่าจะเอาใครเข้ามาคุมทีมเป็นการชั่วคราวก็ตาม รวมถึงในศึกฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ ด้วย ทั้งในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายพวกเขาจับไปเจอกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอดทีมจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งไม่ว่าจะเอากุนซือคนไหนมาทำทีมก็ตาม ก็เป็นไปได้ยากที่จะผ่านทีมแชมป์จากลีก เอิงทีมนี้ไปได้ ซึ่งเหมือนกับว่าบอร์ดบริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตัดสินใจทิ้งฤดูกาลนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้วยระยะหห่างของคะแนนของพวกเขา กับบรรดาทีมหัวตารางซึ่งแทบไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งแชมป์ แค่อันดับ 4 ที่จะได้สิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้ายังมีคะแนนตามหลังเกิน 10 คะแนนด้วยซ้ำ หรือแม้กระทั่งโควต้าไปเล่นยูโรป้า ลีกฤดูกาลหน้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ ในการที่มีผู้จัดการทีมที่ชื่อโชเซ่ มูรินโญ่คุมทีมอยู่ต่อไป ทำให้ต้องโดนปลดกลางคันในที่สุด

นักเตะพัฒนาการยอดเยี่ยม

   

   ในกีฬาบาสเก็ตบอล โดยเฉพาะการแข่งขันในลีกเอ็นบีเอ ของประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีการมอบรางวัลนักบาสฯ ยอดเยี่ยมกันทุกฤดูกาลเหมือนกับวงการฟุตบอล แต่มีรางวัลหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือรางวัลนักบาสฯ ที่พัฒนาการยอดเยี่ยมประจำปี ซึ่งยังไม่ค่อยเห็นมีรางวัลนี้ในวงการฟุตบอล หรือในการประกาศรางวัลเท่าไหร่นัก ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลที่น่าสนใจมากทีเดียว โดยนักเตะทุกคนนั้นก็มีเส้นทางในอาชีพนักเตะไม่เหมือนกัน โดยบางคนก็ดังมาตั้งแต่เป็นดาวรุ่งไปจนถึงเลิกเล่น หรือว่าดังตอนเป็นดาวรุ่งเท่านั้น แล้วก็ไปดับในช่วงกลางของอาชีพ เนื่องจากไปหยุดพัฒนาเสียก่อน แต่ก้มีนักเตะอีกประเภทเช่นกันที่ไม่ได้โด่งดังในตอนที่อายุยังน้อย แต่นักเตะเหล่านั้นกลับมีผลงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละฤดูกาลตามประสบการณ์ที่ได้ลงสนามในแต่ละปี ทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีฝีเท้าที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยในฤดูกาลนี้ในพรีเมียร์ลีกมีนักเตะ 2 รายที่ดูมีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมที่สุดของลีกหลังจากผ่านมาแล้วเกือบครึ่งฤดูกาล ซึ่งก็คือ 2 ดาวเตะจากทีมบอร์นมัธอย่างไรแอน เฟรเซอร์ เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กชาวสก็อตแลนด์ และคัลลั่ม วิลสัน กองหน้าที่ก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไรอัน เฟรเซอร์ ดาวเตะวัย 24 ปีซึ่งถือว่าพึ่งจะพ้นช่วงของการเป็นดาวรุ่งไปไม่นาน แต่ทว่าผลงานของเขาก็ไม่ได้โดดเด่นนักในช่วง 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่เล่นให้กับต้นสังกัด ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอดก็ตาม แต่พอมาในฤดูกาลนี้กลับมีผลงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะการสร้างโอกาสในการทำประตูที่เขาเป็นลำดับต้นๆ ของลีกร่วมกับยอดนักเตะของโลกอย่างเอแดน อาซาร์ รวมถึงดาบิด ซิลบาด้วย โดยผ่านมาไม่ถึงครึ่งฤดูกาลแต่สถิติการทำประตูของเขานั้นทำได้เกือบเท่ากับฤดูกาลก่อนแล้ว และก็ได้ก้าวไปติดทีมชาติสก็อตแลนด์ชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องด้วยในฤดูกาลนี้ เช่นเดียวกับคัลลั่ม วิลสัน กองหน้าวัย 26 ปีที่ก่อนหน้านี้ก็ถือว่าเป็นกองหน้าระดับบกลางของลีก โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งปีทำไปได้เพียง 8 ประตูเท่านั้น แต่ฤดูกาลนี้กลับทำได้เทียบเท่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากผ่านมาไม่ถึง 20 นัดด้วยซ้ำ และก็ได้ก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย และสามารถทำประตูได้ตั้งแต่นัดแรกในนามทีมชาติ ซึ่งทีมชาติอังกฤษกำลังต้องการกองหน้าตัวสำรองของแฮร์รี่ เคนพอดี เนื่องจากเจมี่ วาร์ดี้ พึ่งประกาศอำลาทีมชาติไป ทำให้เขามีแววที่จะติดทีมชาติอังกฤษอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้ด้วย

ไร้พ่าย

   ทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อลในยุคการคุมทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ บรมกุนซือชาวฝรั่งเศสที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จในฤดูกาล 2003-2004 ด้วยสถิติไร้พ่ายในฤดูกาลนั้น ซึ่งถือว่าเป็นทีมแรก และทีมเดียวที่สามารถทำได้สำเร็จในลีกอังกฤษอีกด้วย หลังจากที่มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่อาร์เซน่อลคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้สำเร็จเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้วอีกด้วย โดยพวกเขาทำสถิติชนะ 26 นัด และเสมออีก 12 นัด ทำให้พวกเขาเก็บได้ถึง 90 คะแนน ซึ่งในตอนนั้นมีทีมชั้นนำของลีกที่ถูกเรียกว่ากลุ่มท็อปโฟร์อยู่เพียง 4 ทีมเท่านั้น ทำให้การที่จะเป็นทีมไร้พ่ายใน 1 ฤดูกาลนั้นถือว่ามีโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถึงแม้ว่าจะยากมากก็ตาม  แต่หากว่าทีมไหนที่สามารถทำสำเร็จในศึกพรีเมียร์ลีกยุคนี้ ต้องบอกได้เลยว่าจะเป็นผลงานที่สุดยอดมากๆ และเป็นผลงานระดับมาสเตอร์ พีซเลยก็ว่าได้ ซึ่งในฤดูกาลนี้มี 19 ทีมในพรีเมียร์ลีกได้มีการพ่ายแพ้ไปเป็นที่เรรียบร้อยแล้ว ทำให้เหลือเพียงทีมเดียวเท่านั้นที่ยังไม่แพ้ให้กับใคร หลังจากผ่านมาเกือบครึ่งทางของฤดูกาลนี้แล้ว ซึ่งนั่นก็คือทีมฟอร์มฮ็อตอย่างทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลนั่นเอง

ลิเวอร์พูล อดีตยอดทีมของประเทศอังกฤษนั้นได้พลัดพลากจากการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมานานเกือบ 30 ปีแล้ว ซึ่งพวกเขาใกล้เคียงที่จะคว้าแชมป์มาครองได้แล้วเมื่อฤดูกาล 2013-2014 ในยุคการคุมทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งสาวก “เดอะ ค็อป” ทุกคนคงจำได้เป็นอย่างดีที่พวกเขามาพลาดในช่วงไม่กี่นัดสุดท้าย และถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ปล้นแชมป์ไปในที่สุด และหลังจากนั้นมาพวกเขาก็ทำได้ดีที่สุดแค่เพียงอันดับที่ 4 เท่านั้น แต่ฤดูกาลนี้พวกเขาเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมจากการนำทัพของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ที่เขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้ทีมเล่นได้ทั้งแบบบู๊ และแบบบุ๋นในยามที่ต้องการผลการแข่งขัน ซึ่งเขาทำให้ลิเวอร์พูลได้ผลการแข่งขันที่ต้องการโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา ทั้งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่สามารถผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ และในพรีเมียร์ลีกที่จาก 17 นัดแรกของฤดูกาล พวกเขาเก็บชัยชนะได้ถึง 14 นัด และเสมอไปเพียง 3 นัดเท่านั้น ทำให้พวกเขาไม่ได้มองถึงการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถมองได้ถึงการทำสถิติไร้พ่ายในฤดูกาลนี้ได้อีกด้วย เมื่อผ่านมาเกือบครึ่งทางของฤดูกาลแล้ว แต่ยังไม่มีใครสามารถโค่นพวกเขาลงได้ใน 90 นาทีเลย

 

เจมส์ บอนด์ อาจโดนเลื่อน เหตุ แดนนี่ บอยล์ ประกาศถอนตัวกำกับ Bond 25

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังแฟนไชนส์ เจมส์ บอนด์ 007 ยังคงสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆทุดครั้งที่เข้าฉาย รวมถึงภาคล่าสุดที่กำลังจ่อคิวฉายในปี 2019 อย่าง Bond 25 ซึ่งเป็นภาคล่าสุดของแฟนไชนส์นี้รวมถึงนักแสดงผู้รับบท สายลับ 007 แดนเนียล เครก ยืนยันว่าจะกลับมารับนี้เป็นภาคสุดท้าย โดยมี แดนเนียล บอยล์ มีรับหน้าที่กำกับภาพยนตร์ภาคนี้

ทว่าล่าสุดทางเว็บไซต์ทางการภาพยนตร์ James Bond ได้ออกมาประกาศว่า แดนเนียล บอยล์ จะไม่กำกับ Bond 25 แล้วหลังจากความเห็นไม่ตรงกับทีมงาน จากการถอนตัวของผู้กำกับนี้อาจทำให้ทางสตูดิโอต้องหาผู้กำกับฝีมือดีมานั่งแท่นกำกับเพื่อให้ทันเปิดกล้องภายในปีนี้ ซึ่งหากว่าหาผู้กำกับคนใหม่ไม่ทันอาจทำให้หนังต้องถูกเลื่อนฉายออกไปอีก แม้ก่อนหน้านี้ทางโปรดิวเซอร์ใหญ่ บาร์บารา บร็อคโคลี ออกมาเผยว่าบทภาพยนตร์ที่เขียนขึ้นจากไอเดียของ บอยล์ นั้นเป็นไอเดียที่ดีที่สุด

สำหรับ แดนเนียล เคยสร้างแนวสายลับที่ประสบความสำเร็จมาแล้วใน Trainspotting โดยใน บอนด์ 25 เขามีแนวคิดการใช้หนังแบบเดิมๆ ผสานกับความาสสิคของบอนด์เข้าด้วยกัน แต่ว่าทางทีมงานกลับมองการเล่าเรื่องไปอีกทิศทางหนึ่งซึ่งคิดว่ามันอาจเข้ากันไม่ได้ เนื่องจากการเล่าเรื่องแบบเจมส์ บอนด์ จะมีสูตรสำเร็จของการเล่าเรื่องอยู่แล้วซึ่งต่างจากหนังแอ็คชั่นเรื่องอื่นๆ มันจึงกลายเป็นงานยากของผู้กำกับหนังแฟนไชนส์ชุดนี้

อย่างไรก็ตามแม้ว่า แดนเนียล บอยล์ จะประกาศถอนตัวกำกับหนังภาคนี้ซึ่งทางสตูดิโออาจหาผู้กำกับฝีมือดีมากำกับที่คาดว่าเล็ง คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ มานั่งแท่นกำกับแทนแต่ติดที่ว่าผู้กำกับมือทองผู้นี้จะกลับมากำกับให้หรือไม่หลังเผยว่าจะไม่กำกับหนังภาคนี้ โดยหนังมีคิวเปิดกล้องช่วงปลายปี 2018 ที่ประเทศโครเอเชีย

สำหรับเรื่องย่อและชื่อเต็มของหนังยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมาแต่อย่างใด ซึ่งมีข่าวลือว่าหนังอาจใช้ชื่อตอนว่า Shatterhand เกี่ยวข้องกับองค์กรลับสุดอันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา สำหรับชื่อตอนอย่างทางการคงต้องรอทางสตูดิโอประกาศต่อไป

ภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ 007 นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีภาคต่อมากที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดนับตั้งแต่ออกฉายครั้งแรกในปี 1962 และนักแสดงผู้รับบท สายลับ เจมส์ บอนด์ 007 มาแล้วถึง 9 คน โดยภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ Skyfall ออกฉายเมื่อปี 2012 ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 1,109 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขึ้นอันดับ 7 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลปี 2012 นอกจากนี้ยังคว้ารางวัลออสการ์สาขา เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เพลง Skyfall) และ ลำดับเสียงยอดเยี่ยม ไปครอง และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม Bond  25 ยังคงวางคิวฉายเดิมคือ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2019 สำหรับความคืบหน้าทางแอดมินจะนำเสนอให้ทราบต่อไปครับ

สายคุ้มน้ำหนักรู้ไว้ กับ 5 ผลไม้ กินมากระวังอ้วนไม่รู้ตัว

   เทรนคนรักสุขภาพกำลังมาแรงทำให้คนเลือกให้ความสำคัญสุขภาพตัวเองมากขึ้นไม่ว่าการออกกำลังกาย การเปลี่ยนอาหารมาเป็นอาหารคลีนเพื่อสุขภาพ รวมถึงผลไม้ ที่เหล่าผู้คุมน้ำหนักต้องคำนึงถึง ผลไม้ ทุกอย่างล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่ว่าผลไม้บางชนิดก็ไม่เหมาะสำหรับผู้ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน อย่าลืมว่าผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลสูงซึ่งหากว่ากินมากๆอาจทำให้อ้วนได้และน้ำหนักไม่ลดซะที เรามาดูกันว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่น้ำตาลสูงที่คนอยากลดน้ำหนักควรเลี่ยง

  1. ทุเรียน ผลไม้ยอดนิยมของหลายๆคน เมื่อถึงฤดูกาลทุเรียนคงมีการซื้อกลับบ้านมาทานกันบ้าง แต่รู้มั้ยว่าทุเรียน 1 เม็ดมีแคลอรี่สูงถึง 130 – 160 แคลอรี่เลยทีเดียว อีกทั้งยังประกอบด้วยน้ำตาลที่สูงมาก หากอยากเผาพลาญแคลอรี่จากทุเรียนควรวิ่งอย่างน้อย 26 นาที หรือ ออกกำลังกายประมาณ 30 – 40 นาที แม้ทุเรียนจะเป็นผลไม้แคลอรี่สูงแต่ทุเรียนก็อุดมไปด้วย คาร์โบไฮเดรต, เส้นใยอาหาร, ไขมันดี, โปรตีนและวิตามินนานาชนิด รวมถึง ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย ดังนั้นหากคุณเป็นคนลดความอ้วนแต่ชอบกินทุเรียนก็สามารถกินได้แต่น้อย
  2. อโวคาโด ผลไม้รสชาติมันๆ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามิน จัดว่าเป็นผลไม้ที่สามารถลดน้ำหนักได้ แต่รู้หรือไม่ว่าอโวคาโดถือว่าเป็นผลไม้ที่ให้แคลอรี่สูง โดย 1 ลูกให้แคลอรี่ 140 แคลอรี่ ดังนั้นสายสุขภาพควรทานอโวคาโดแบบเหมาะสมและไม่ควรทานช่วงเย็น สำหรับผู้ที่ต้องการคุมน้ำหนัก
  3. สัปปะรด ผลไม้รสชาติเปรี้ยวๆหวานๆ ช่วยในเรื่องการขับไขมันในลำไส้ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยให่เลือดลมไหวเวียนดี และ วิตามินซีจำนวนมาก แต่หากว่ากินมากๆก็ทำให้อ้วนได้ เนื้อสัปปะรดที่มีรสชาติหวานนั้นก็มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก น้ำหนักไม่ลดได้ ดังนั้นควรทานสัปปะรดปริมาณ 100 กรัมก็เพียงพอแล้ว
  4. มะพร้าว น้ำมะพร้าวจัดว่าเป็นน้ำผลไม้ธรรมชาติที่สะอาด บริสุทธิ์และถือว่าเป็นเกลือแร่จากธรรมชาติช่วยลดอาการท้องเสีย ขับพิษ และช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปร่งปรั่ง ส่วนเนื้อมะพร้าว อุดมไปด้วยไขมันดีและคาร์โบไฮเดรต แต่ว่าน้ำมะพร้าวหากทานมาเกินไปก็ทำให้อ้วนได้เช่นกันเนื่องจากน้ำมะพร้าวมีน้ำตาลเป็นส่วนผสม ส่วนเนื้อมะพร้าวอุดมไปด้วยแป้งและไขมันหากกินมากก็ไม่ดีเช่นกัน
  5. กล้วยไข่ และ กล้วยน้ำว้า กล้วยจัดว่าเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูงเหมาะสำหรับผู้กำลังออกกำลังกาย แถมอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนัก ควรทานกล้วยที่ให้แคลอรี่ต่ำอย่าง กล้วยหอม จะดีที่สุด สำหรับกล้วยไข่ และกล้วยน้ำว้านั้นมีส่วนช่วยในเรื่องการขับถ่าย แต่ว่ากล้วย 2 ชนิดนี้มีแคลอรี่สูงกว่ากล้วยหอมมาก โดยกล้วยไข่และกล้วยน้ำว้า 1 ลูกใหญ่ หรือ 100 กรัมให้พลังงานถึง 147 แคลอรี่เลยทีเดียว

แม้ว่าผลไม้จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ดีและย่อยง่าย แต่ผลไม้บางชนิดหากทานไม่เกินไปก็เกิดผลเสียแก่ร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อรู้ว่าผลไม้ชนิดไหนมีน้ำตาลสูงมากก็ควรเลี่ยงหรือทานแต่น้อยจะดีที่สุด

เขาดิน สวนสัตว์ที่ยืนยงยาวนานกว่า 80 ปี กับเรื่องน่ารู้ก่อนปิดตัวลง

    สวนสัตว์ดุสิต หรือ คนไทยมักเรียกติดปากว่า เขาดิน สวนสัตว์เก่าแก่ของไทยที่ครองใจเด็กๆมายาวนานและสัตว์นานาชนิดที่มอบความสุขให้แก่ผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนสวนสัตว์แห่งนี้ รวมถึงพื้นที่ที่มีบรรยากาศที่ร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อนกับครอบครัว นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สวนสัตว์ใจกลางกรุงเทพนี้กำลังจะปิดตัวลงและย้ายไปยังสวนสัตว์แห่งใหม่ที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งมีเนื้อที่กว้างกว่าเดิม 2 เท่า เพื่อให้เหล่าสัตว์ต่างๆ มีพื้นที่อาศัยที่กว้างกว่าดูไม่แออัด ทั้งนี้เรามาทำความรู้จักกับสวนสัตว์ดุสิตว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถึงความทรงจำในวัยเด็กของทุกๆคน

ก่อนจะเป็นสวนสัตว์ดุสิต

พื้นที่แห่งนี้ครั้นอดีตเคยเป็นอาณาบริเวณ วังสวนดุสิต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2441 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ซื้อพื้นที่แห่งนี้และพระราชทานชื่อว่า ตำบลดุสิต นอกจากนี้พื้นที่บริเวณนี้ได้ถูกสร้างเป็นสวนพฤกษชาติ มีการขุดสระน้ำใหญ่และนำดินมาถมเป็นเนิน ชาวบ้านเรียกกันว่า เขาดิน ต่อมา ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกต้นไม้และพรรไม้ให้มีความร่มรื่นและทรงพระราชทานนามว่า วนา ซึ่งเป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์ รวมทั้งมีการถมดินให้เป็นเนินเขาจนถูกเรียกว่า เขาดินวนา

ต่อมาปี พ.ศ. 2475 คณะรัฐบาลจึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติ จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติในนามของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ดัดแปลงพื้นที่เขาดินวนาให้เป็นสวนสาธารณะและเปิดให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงยังมีการสร้างเป็นสวนสัตว์ขนาดย่อม และในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 สวนสัตว์ดุสิต เปิดให้บริการและถือว่าเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดมายาวนานเป็นเวลา 80 ปีแล้ว

เขาดินถูกใช้เป็นหลุมหลบภัยสาธารณะ

ในปี พ.ศ. 2484 สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 พื้นที่ของเขาดินมีการสร้างหลุมภัยสาธารณะสำหรับประชาชนในสมัยนั้น ซึ่งหลังจากเหตุการณ์สงครามมหาเอเชียบูรพา ได้มีการนำสัตว์ออกจากพื้นที่เขาดินและเปิดหลุมหลบภัยจากการทิ้งระเบิดให้ประชาชนได้เข้ามาหลบภัย ปัจจุบันถูกดัดแปลงให้เป็นสวนย่อมกึ่งพิพิธภัณฑ์มีจัดนิทรรศกาลบริเวณด้านหน้าให้ได้ศึกษาประวัติศาสตร์

มีโรงช้างต้น

ในปี พ.ศ. 2501 สวนสัตว์ดุสิตเคยใช้เป็นสถานที่ยืนโรงของ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างเผือกแรกใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย พลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท น้อมเกล้าน้อมถวาย พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ณ สวนสัตว์แห่งนี้

สวนสัตว์ดุสิต นับว่าเป็นสวนสัตว์ที่อยู่คู่กับผู้คนในกรุงเทพมาเป็นเวลานานและเป็นความทรงจำวัยเด็กของทุกคน ซึ่งตอนนี้สวนสัตว์ได้เปิดบริการจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 ใครอยากย้อนวัยเด็กอีกครั้งก็ไม่ควรพลาดครับ

 

กัปตันถาวร

 ทีมชาติบราซิลในยุคก่อนหน้านี้ก็ได้มีการตั้งกัปตันทีมแบบถาวรมาโดยตลอดเหมือนกับทีมชาติอื่นๆ ที่หากมีการเปลี่ยนกุนซือก็จะมีการเปลี่ยนกัปตันทีมไปด้วย โดยในช่วงฟุตบอลโลก 2014 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพนั้น หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือทีมชาติบราซิลในตอนนั้นก็ได้แต่งตั้งให้ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังตัวหลักเป็นกัปตันทีมในทัวร์นาเม้นต์นั้น และต่อมาที่เป็นยุคของคาร์ลอส ดุงก้า ก็ได้ให้ปราการหลังจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเป็นกัปตันทีมอย่างต่อเนื่อ แต่อย่างในทัวร์นาเม้นต์โกปา อเมริกาปี 2015 ที่ติอาโก้ ซิลวาไม่ติดทีม อดีตนักเตะผู้ชูถ้วยฟุตบอลโลกปี 1994 ก็ได้เลือกให้เนย์มาร์เป็นกัปตันทีม

แต่หลังจากการมาของติเต้ กุนซือทีมชาติบราซิลคนปัจจุบันที่เข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงกลางปี 2016 หลังจากที่ดุงก้าพาทีมล้มเหลวในศึกโกปา อเมริกา 2016 ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลององค์กรคอมเมียงโบที่แต่งตั้งมาครบ 100 ปี ทำให้ติเต้เข้ามารับงานหลังจากนั้น ซึ่งการมาคุมทีมของกุนซือวัย  57 ปี ก็ไม่ได้มีการตั้งกัปตันทีมถาวรมาตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้ในแต่ละนัดเขาก็จะเลือกหมุนเวียนการเป็นกัปตันทีมไปเรื่อยๆ โดยปลอกแขนกัปตันทีมอาจจะไปอยู่ที่ติอาโก้ ซิลวามากกว่าคนอื่นนิดหน่อย แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ถูกตั้งให้เป็นกัปตันทีมแต่อย่างใด ซึ่งติเต้ก็ใช้วิธีการนี้มาจนถึงฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งพวกเขาตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยแพ้ให้กับทีมชาติเบลเยี่ยมไปอย่างน่าเสียดาย 1-2

ล่าสุดก็ได้มีการตั้งกัปตันทีมชาติบราซิลในยุคนี้อย่างถาวรแล้ว โดยติเต้มอบปลอกแขนกัปตันทีมชาติบราซิลให้กับเนย์มาร์ กองหน้าซุเปอร์สตาร์ของทีมเป็นกัปตันทีมต่อจากนี้ในยุคการคุมทีมของเขาแล้ว ซึ่งอันที่จริงกองหน้าวัย 27 ปีก็มีโอกาสเป็นกัปตันทีมอยู่บ่อยครั้งอยู่แล้ว แต่ก็พึ่งจะถูกตั้งให้เป็นแบบถาวรเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งการมอบปลอกแขนกัปตันทีมแบบถาวรให้เนย์มาร์ในครั้งนี้อาจจะมีความหมายแฝงซ่อนอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นการให้กองหน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลกมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หลังจากที่ไปแกล้งเจ็บจนเสียราคาบ่อยครั้งในช่วงฟุตบอลโลกที่ผ่านมา จนทำให้แฟนบอลทั่วโลกนั้นแห่แซวกองหน้าจอมลีลารายนี้กันกระหน่ำกับการแกล้งเจ็บของเขา จนทำให้ความนิยมของเขาในหมู่แฟนฟุตบอลมันลดน้อยลงไปด้วย

ดาวรุ่งน่าจับตามอง : แพตทริค คูโตรเน่

    แพททริค คูโตรเน่ กองหน้าดาวรุ่งชาวอิตาเลี่ยน ถือว่าเป็นความหวังใหม่ของทีมชาติอิตาลีในยุคนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งนักเตะรายนี้เป็นเด็กในสังกัดของทีมเอซี มิลานมาตั้งแต่เด็ก โดยในปี 2007 เขาได้เข้าสู่อคาเดมี่ของสโมสร “ปีศาจแดงดำ” ซึ่งตอนนั้นเขาพึ่งมีอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น และก็ฝึกใต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนปี 2017 ที่เขาได้รับโอกาสจากวินเชนโซ่ มอนเตลล่า อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีที่เป็นกุนซือของเอซี มิลานในตอนนั้นจับเขาขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ และให้โอกาสเขาลงสนามครั้งแรกในเดือนมกราคมปี 2017 ในนัดที่พบกับโบโลญญ่า โดยคูโตรเน่ได้ลงสนามในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งคูโตรเน่ก็ได้โอกาสลงสนามในฤดูกาลนั้นนัดเดียวเท่านั้น จนกระทั่งถึงช่วงพรีซีซั่น และทีมเอซี มิลานจะต้องมีการไปทัวร์อุ่นเครื่องที่ประเทศจีน ซึ่งมอนเตลล่าก็ได้หอบเอาคูโตรเน่ไปอยู่ในทีมชุดนี้ด้วย ซึ่งในช่วงพรีซีซั่นกองหน้าวัย 20 ปีสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และก็ได้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่อย่างถาวรเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากวินเชนโซ่ มอนเตลล่ามาเป็นเจนนาโร่ กัตตูโซ่ก็ตาม ซึ่งกัตตูโซ่ก็เลือกใช้งานคูโตรเน่บ่อยเช่นกัน เนื่องจากกัตตูโซ่ก็เคยร่วมงานกับคูโตรเน่มาก่อนตอนอยู่ทีมเยาวชน ทำให้ดาวรุ่งรายนี้กลายเป็นกองหน้าตัวหลักของเอซี มิลานทันที เนื่องจากอังเดร ซิลวา กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติโปรตุเกสที่ทีมไปซื้อมาจากเอฟซี ปอร์โต้นั้นทำผลงานไม่ได้เรื่องด้วย ซึ่งคูโตรเน่ก็ไม่ทำให้กัตตูโซ่ผิดหวัง เมื่อทำไปได้ทั้งหมดถึง 18 ประตูเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ใช้ได้เลยทีเดียว

ฤดูกาลนี้เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือของทีมเอซี มิลานที่เคยเล่นเป็นกองกลางตัวตัดเกมมาก่อนนั้น ได้เลือกใช้ระบบ 4-3-3 ในช่วง 2 นัดแรกของฤดูกาล ทำให้จะมีกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งนักเตะในตำแหน่งนั้นก็คือกอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ทีมไปยืมตัวมาจากยูเวนตุส โดยเป็นดีลแบบ 3 เส้าที่เอซี มิลานต้องเสียเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ให้กับทางยูเวนตุสด้วย แต่แพตทริค คูโตรเน่ถือว่าจะเป็นตัวเลือกลำดับแรกหากว่าทีมต้องการจะเปลี่ยนตัว และต้องการประตู ซึ่งเขาพึ่งทำประตูชัยในนัดที่ทีมเปิดซาน ซีโร่เอาชนะโรม่าได้ 2-1 ด้วย