สายคุ้มน้ำหนักรู้ไว้ กับ 5 ผลไม้ กินมากระวังอ้วนไม่รู้ตัว

   เทรนคนรักสุขภาพกำลังมาแรงทำให้คนเลือกให้ความสำคัญสุขภาพตัวเองมากขึ้นไม่ว่าการออกกำลังกาย การเปลี่ยนอาหารมาเป็นอาหารคลีนเพื่อสุขภาพ รวมถึงผลไม้ ที่เหล่าผู้คุมน้ำหนักต้องคำนึงถึง ผลไม้ ทุกอย่างล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่ว่าผลไม้บางชนิดก็ไม่เหมาะสำหรับผู้ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน อย่าลืมว่าผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลสูงซึ่งหากว่ากินมากๆอาจทำให้อ้วนได้และน้ำหนักไม่ลดซะที เรามาดูกันว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่น้ำตาลสูงที่คนอยากลดน้ำหนักควรเลี่ยง

  1. ทุเรียน ผลไม้ยอดนิยมของหลายๆคน เมื่อถึงฤดูกาลทุเรียนคงมีการซื้อกลับบ้านมาทานกันบ้าง แต่รู้มั้ยว่าทุเรียน 1 เม็ดมีแคลอรี่สูงถึง 130 – 160 แคลอรี่เลยทีเดียว อีกทั้งยังประกอบด้วยน้ำตาลที่สูงมาก หากอยากเผาพลาญแคลอรี่จากทุเรียนควรวิ่งอย่างน้อย 26 นาที หรือ ออกกำลังกายประมาณ 30 – 40 นาที แม้ทุเรียนจะเป็นผลไม้แคลอรี่สูงแต่ทุเรียนก็อุดมไปด้วย คาร์โบไฮเดรต, เส้นใยอาหาร, ไขมันดี, โปรตีนและวิตามินนานาชนิด รวมถึง ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย ดังนั้นหากคุณเป็นคนลดความอ้วนแต่ชอบกินทุเรียนก็สามารถกินได้แต่น้อย
  2. อโวคาโด ผลไม้รสชาติมันๆ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามิน จัดว่าเป็นผลไม้ที่สามารถลดน้ำหนักได้ แต่รู้หรือไม่ว่าอโวคาโดถือว่าเป็นผลไม้ที่ให้แคลอรี่สูง โดย 1 ลูกให้แคลอรี่ 140 แคลอรี่ ดังนั้นสายสุขภาพควรทานอโวคาโดแบบเหมาะสมและไม่ควรทานช่วงเย็น สำหรับผู้ที่ต้องการคุมน้ำหนัก
  3. สัปปะรด ผลไม้รสชาติเปรี้ยวๆหวานๆ ช่วยในเรื่องการขับไขมันในลำไส้ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยให่เลือดลมไหวเวียนดี และ วิตามินซีจำนวนมาก แต่หากว่ากินมากๆก็ทำให้อ้วนได้ เนื้อสัปปะรดที่มีรสชาติหวานนั้นก็มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก น้ำหนักไม่ลดได้ ดังนั้นควรทานสัปปะรดปริมาณ 100 กรัมก็เพียงพอแล้ว
  4. มะพร้าว น้ำมะพร้าวจัดว่าเป็นน้ำผลไม้ธรรมชาติที่สะอาด บริสุทธิ์และถือว่าเป็นเกลือแร่จากธรรมชาติช่วยลดอาการท้องเสีย ขับพิษ และช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปร่งปรั่ง ส่วนเนื้อมะพร้าว อุดมไปด้วยไขมันดีและคาร์โบไฮเดรต แต่ว่าน้ำมะพร้าวหากทานมาเกินไปก็ทำให้อ้วนได้เช่นกันเนื่องจากน้ำมะพร้าวมีน้ำตาลเป็นส่วนผสม ส่วนเนื้อมะพร้าวอุดมไปด้วยแป้งและไขมันหากกินมากก็ไม่ดีเช่นกัน
  5. กล้วยไข่ และ กล้วยน้ำว้า กล้วยจัดว่าเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูงเหมาะสำหรับผู้กำลังออกกำลังกาย แถมอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนัก ควรทานกล้วยที่ให้แคลอรี่ต่ำอย่าง กล้วยหอม จะดีที่สุด สำหรับกล้วยไข่ และกล้วยน้ำว้านั้นมีส่วนช่วยในเรื่องการขับถ่าย แต่ว่ากล้วย 2 ชนิดนี้มีแคลอรี่สูงกว่ากล้วยหอมมาก โดยกล้วยไข่และกล้วยน้ำว้า 1 ลูกใหญ่ หรือ 100 กรัมให้พลังงานถึง 147 แคลอรี่เลยทีเดียว

แม้ว่าผลไม้จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ดีและย่อยง่าย แต่ผลไม้บางชนิดหากทานไม่เกินไปก็เกิดผลเสียแก่ร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อรู้ว่าผลไม้ชนิดไหนมีน้ำตาลสูงมากก็ควรเลี่ยงหรือทานแต่น้อยจะดีที่สุด

เขาดิน สวนสัตว์ที่ยืนยงยาวนานกว่า 80 ปี กับเรื่องน่ารู้ก่อนปิดตัวลง

    สวนสัตว์ดุสิต หรือ คนไทยมักเรียกติดปากว่า เขาดิน สวนสัตว์เก่าแก่ของไทยที่ครองใจเด็กๆมายาวนานและสัตว์นานาชนิดที่มอบความสุขให้แก่ผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนสวนสัตว์แห่งนี้ รวมถึงพื้นที่ที่มีบรรยากาศที่ร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อนกับครอบครัว นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สวนสัตว์ใจกลางกรุงเทพนี้กำลังจะปิดตัวลงและย้ายไปยังสวนสัตว์แห่งใหม่ที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งมีเนื้อที่กว้างกว่าเดิม 2 เท่า เพื่อให้เหล่าสัตว์ต่างๆ มีพื้นที่อาศัยที่กว้างกว่าดูไม่แออัด ทั้งนี้เรามาทำความรู้จักกับสวนสัตว์ดุสิตว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถึงความทรงจำในวัยเด็กของทุกๆคน

ก่อนจะเป็นสวนสัตว์ดุสิต

พื้นที่แห่งนี้ครั้นอดีตเคยเป็นอาณาบริเวณ วังสวนดุสิต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2441 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ซื้อพื้นที่แห่งนี้และพระราชทานชื่อว่า ตำบลดุสิต นอกจากนี้พื้นที่บริเวณนี้ได้ถูกสร้างเป็นสวนพฤกษชาติ มีการขุดสระน้ำใหญ่และนำดินมาถมเป็นเนิน ชาวบ้านเรียกกันว่า เขาดิน ต่อมา ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกต้นไม้และพรรไม้ให้มีความร่มรื่นและทรงพระราชทานนามว่า วนา ซึ่งเป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์ รวมทั้งมีการถมดินให้เป็นเนินเขาจนถูกเรียกว่า เขาดินวนา

ต่อมาปี พ.ศ. 2475 คณะรัฐบาลจึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติ จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติในนามของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ดัดแปลงพื้นที่เขาดินวนาให้เป็นสวนสาธารณะและเปิดให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงยังมีการสร้างเป็นสวนสัตว์ขนาดย่อม และในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 สวนสัตว์ดุสิต เปิดให้บริการและถือว่าเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดมายาวนานเป็นเวลา 80 ปีแล้ว

เขาดินถูกใช้เป็นหลุมหลบภัยสาธารณะ

ในปี พ.ศ. 2484 สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 พื้นที่ของเขาดินมีการสร้างหลุมภัยสาธารณะสำหรับประชาชนในสมัยนั้น ซึ่งหลังจากเหตุการณ์สงครามมหาเอเชียบูรพา ได้มีการนำสัตว์ออกจากพื้นที่เขาดินและเปิดหลุมหลบภัยจากการทิ้งระเบิดให้ประชาชนได้เข้ามาหลบภัย ปัจจุบันถูกดัดแปลงให้เป็นสวนย่อมกึ่งพิพิธภัณฑ์มีจัดนิทรรศกาลบริเวณด้านหน้าให้ได้ศึกษาประวัติศาสตร์

มีโรงช้างต้น

ในปี พ.ศ. 2501 สวนสัตว์ดุสิตเคยใช้เป็นสถานที่ยืนโรงของ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างเผือกแรกใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย พลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท น้อมเกล้าน้อมถวาย พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ณ สวนสัตว์แห่งนี้

สวนสัตว์ดุสิต นับว่าเป็นสวนสัตว์ที่อยู่คู่กับผู้คนในกรุงเทพมาเป็นเวลานานและเป็นความทรงจำวัยเด็กของทุกคน ซึ่งตอนนี้สวนสัตว์ได้เปิดบริการจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 ใครอยากย้อนวัยเด็กอีกครั้งก็ไม่ควรพลาดครับ

 

กัปตันถาวร

 ทีมชาติบราซิลในยุคก่อนหน้านี้ก็ได้มีการตั้งกัปตันทีมแบบถาวรมาโดยตลอดเหมือนกับทีมชาติอื่นๆ ที่หากมีการเปลี่ยนกุนซือก็จะมีการเปลี่ยนกัปตันทีมไปด้วย โดยในช่วงฟุตบอลโลก 2014 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพนั้น หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือทีมชาติบราซิลในตอนนั้นก็ได้แต่งตั้งให้ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังตัวหลักเป็นกัปตันทีมในทัวร์นาเม้นต์นั้น และต่อมาที่เป็นยุคของคาร์ลอส ดุงก้า ก็ได้ให้ปราการหลังจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเป็นกัปตันทีมอย่างต่อเนื่อ แต่อย่างในทัวร์นาเม้นต์โกปา อเมริกาปี 2015 ที่ติอาโก้ ซิลวาไม่ติดทีม อดีตนักเตะผู้ชูถ้วยฟุตบอลโลกปี 1994 ก็ได้เลือกให้เนย์มาร์เป็นกัปตันทีม

แต่หลังจากการมาของติเต้ กุนซือทีมชาติบราซิลคนปัจจุบันที่เข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงกลางปี 2016 หลังจากที่ดุงก้าพาทีมล้มเหลวในศึกโกปา อเมริกา 2016 ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลององค์กรคอมเมียงโบที่แต่งตั้งมาครบ 100 ปี ทำให้ติเต้เข้ามารับงานหลังจากนั้น ซึ่งการมาคุมทีมของกุนซือวัย  57 ปี ก็ไม่ได้มีการตั้งกัปตันทีมถาวรมาตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้ในแต่ละนัดเขาก็จะเลือกหมุนเวียนการเป็นกัปตันทีมไปเรื่อยๆ โดยปลอกแขนกัปตันทีมอาจจะไปอยู่ที่ติอาโก้ ซิลวามากกว่าคนอื่นนิดหน่อย แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ถูกตั้งให้เป็นกัปตันทีมแต่อย่างใด ซึ่งติเต้ก็ใช้วิธีการนี้มาจนถึงฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งพวกเขาตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยแพ้ให้กับทีมชาติเบลเยี่ยมไปอย่างน่าเสียดาย 1-2

ล่าสุดก็ได้มีการตั้งกัปตันทีมชาติบราซิลในยุคนี้อย่างถาวรแล้ว โดยติเต้มอบปลอกแขนกัปตันทีมชาติบราซิลให้กับเนย์มาร์ กองหน้าซุเปอร์สตาร์ของทีมเป็นกัปตันทีมต่อจากนี้ในยุคการคุมทีมของเขาแล้ว ซึ่งอันที่จริงกองหน้าวัย 27 ปีก็มีโอกาสเป็นกัปตันทีมอยู่บ่อยครั้งอยู่แล้ว แต่ก็พึ่งจะถูกตั้งให้เป็นแบบถาวรเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งการมอบปลอกแขนกัปตันทีมแบบถาวรให้เนย์มาร์ในครั้งนี้อาจจะมีความหมายแฝงซ่อนอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นการให้กองหน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลกมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หลังจากที่ไปแกล้งเจ็บจนเสียราคาบ่อยครั้งในช่วงฟุตบอลโลกที่ผ่านมา จนทำให้แฟนบอลทั่วโลกนั้นแห่แซวกองหน้าจอมลีลารายนี้กันกระหน่ำกับการแกล้งเจ็บของเขา จนทำให้ความนิยมของเขาในหมู่แฟนฟุตบอลมันลดน้อยลงไปด้วย

ดาวรุ่งน่าจับตามอง : แพตทริค คูโตรเน่

    แพททริค คูโตรเน่ กองหน้าดาวรุ่งชาวอิตาเลี่ยน ถือว่าเป็นความหวังใหม่ของทีมชาติอิตาลีในยุคนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งนักเตะรายนี้เป็นเด็กในสังกัดของทีมเอซี มิลานมาตั้งแต่เด็ก โดยในปี 2007 เขาได้เข้าสู่อคาเดมี่ของสโมสร “ปีศาจแดงดำ” ซึ่งตอนนั้นเขาพึ่งมีอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น และก็ฝึกใต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนปี 2017 ที่เขาได้รับโอกาสจากวินเชนโซ่ มอนเตลล่า อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีที่เป็นกุนซือของเอซี มิลานในตอนนั้นจับเขาขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ และให้โอกาสเขาลงสนามครั้งแรกในเดือนมกราคมปี 2017 ในนัดที่พบกับโบโลญญ่า โดยคูโตรเน่ได้ลงสนามในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งคูโตรเน่ก็ได้โอกาสลงสนามในฤดูกาลนั้นนัดเดียวเท่านั้น จนกระทั่งถึงช่วงพรีซีซั่น และทีมเอซี มิลานจะต้องมีการไปทัวร์อุ่นเครื่องที่ประเทศจีน ซึ่งมอนเตลล่าก็ได้หอบเอาคูโตรเน่ไปอยู่ในทีมชุดนี้ด้วย ซึ่งในช่วงพรีซีซั่นกองหน้าวัย 20 ปีสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และก็ได้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่อย่างถาวรเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากวินเชนโซ่ มอนเตลล่ามาเป็นเจนนาโร่ กัตตูโซ่ก็ตาม ซึ่งกัตตูโซ่ก็เลือกใช้งานคูโตรเน่บ่อยเช่นกัน เนื่องจากกัตตูโซ่ก็เคยร่วมงานกับคูโตรเน่มาก่อนตอนอยู่ทีมเยาวชน ทำให้ดาวรุ่งรายนี้กลายเป็นกองหน้าตัวหลักของเอซี มิลานทันที เนื่องจากอังเดร ซิลวา กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติโปรตุเกสที่ทีมไปซื้อมาจากเอฟซี ปอร์โต้นั้นทำผลงานไม่ได้เรื่องด้วย ซึ่งคูโตรเน่ก็ไม่ทำให้กัตตูโซ่ผิดหวัง เมื่อทำไปได้ทั้งหมดถึง 18 ประตูเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ใช้ได้เลยทีเดียว

ฤดูกาลนี้เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือของทีมเอซี มิลานที่เคยเล่นเป็นกองกลางตัวตัดเกมมาก่อนนั้น ได้เลือกใช้ระบบ 4-3-3 ในช่วง 2 นัดแรกของฤดูกาล ทำให้จะมีกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งนักเตะในตำแหน่งนั้นก็คือกอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ทีมไปยืมตัวมาจากยูเวนตุส โดยเป็นดีลแบบ 3 เส้าที่เอซี มิลานต้องเสียเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ให้กับทางยูเวนตุสด้วย แต่แพตทริค คูโตรเน่ถือว่าจะเป็นตัวเลือกลำดับแรกหากว่าทีมต้องการจะเปลี่ยนตัว และต้องการประตู ซึ่งเขาพึ่งทำประตูชัยในนัดที่ทีมเปิดซาน ซีโร่เอาชนะโรม่าได้ 2-1 ด้วย

ไม่ได้มีแค่หนัง รวม 5 ซีรี่ย์จักรวาล Marvel ที่สาวกไม่ควรพลาด

    หากพูดถึงฮีโร่จากมาร์เวลคอมมิกส์ (Marvel) คงนึกถึงฮีโร่ดังๆอย่าง ไอรอนแมน, สไปเดอร์แมน, กัปตันอเมริกา และหลายๆฮีโร่ที่เราได้ชมแล้วในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ หากคุณคิดว่าฮีโร่มาร์เวลนั้นจำกัดแค่ในโรงภาพยนตร์ล่ะก็ คุณคิดผิดต้องบอกว่าตอนนี้เหล่าฮีโร่นิรนามจากงานเขียนของคุณปู่ สแตน ลี ได้ถูกนำมาสร้างเป็นฉบับซีรี่ย์เช่นกันแล้วถือว่าบางเรื่องฮิตมากจนสร้างซีซั่นต่อๆมาเรื่อยๆ สำหรับสาวกมาร์เวลที่ไม่ควรพลาดชมกับ 5 ซีรี่ย์ยอดฮิตของค่าย Marvel

Agents of S.H.I.E.L.D. ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่ค่ายมาร์เวลนำมาสร้างเป็นซีรี่ย์แถมยังประสบความสำเร็จอีกด้วย โดยเริ่มออกอากาศซีซั่นแรกในปี 2013 เป็นเรื่องราวของหน่วยชิลด์องค์กรลับ ที่ผู้ชมคุ้นเคยกันอย่างดีจาก นิค ฟิวลี่ย์ ที่ปรากฏในฉบับภาพยนตร์ แต่ในซีรี่ย์จะบอกเล่าผ่านตัวละคร เจ้าหน้าที่โคลสัน (เคยปรากฏตัวใน The Avengers ภาคแรก) กับภารกิจค้นหาผู้ที่มีพลังเหนือมนุษย์หรือมิวเทนต์และคอยปกป้องผู้คนจากเหล่าร้ายเพื่อรักษาความสงบสุขกลับคืนมา

Agent Carter ชื่อนี้คงคุ้นเคยกันดีเพราะเธอคือ คนรักของกัปตันอเมริกา นั่นเอง เรื่องราวเกี่ยวกับ เป๊กกี้ คาร์เตอร์ หรือ เอเจนท์คาร์เตอร์ เจ้าหน้าที่หน่วยชิลด์ยุคแรกๆ กับภารกิจไขปริศนาที่ต้องใช้ไหวพริบและมันสมองเพื่อภารกิจที่รับมอบหมายให้ลุล่วง สำหรับซีรี่ย์ชุดนี้มีจำนวน 2 ซีซั่นและเป็นเหตุการณ์หลัง กัปตันอเมริกา ภาคแรก

The Punisher ฮีโร่สายโหดสำหรับผู้ชื่นชอบแนวบู๊ล้างพลาญ ยิงกันเลือดสาด The Punisher (เดอะพันนิชเชอร์) ฮีโร่ที่ไม่มีพลังวิเศษใดๆ มีแค่  2 มือ 2 เท้าจัดการกับวายร้าย เรื่องราวของ แฟรงค์ คาสเซิล อดีตหน่วยรบพิเศษฝีมือฉกาจ ต้องสูญเสียภรรยาและลูกจากน้ำมือของผู้มีอิทธิพล แต่พวกมันไม่ได้รับโทษอะไรเลย ทำให้เขาต้องตามล้างแค้นพวกมันทีละคน ต่อมาเขาตัดสินว่าทางเดียวที่จัดการกับเหล่าอาญกรพวกนี้ได้ คือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เขาจึงกลายเป็นบุคคลภายใต้ชุดสีดำลายหัวกระโหลก นามว่า เดอะพันนิชเชอร์

Luke Cage นี่คือฮีโร่ผิวสีอีกคนของมาร์เวล แถมยังอึด ทึก ถน ไม่มีใครทำลายได้ง่ายๆ ลุค เคจ นักโทษคดียาเสพติดที่เขาไม่ได้ก่อ ได้รับการทดลองบางอย่างจนทำให้เขามีร่างกายที่แข็งแรงเหมือนเหล็ก ไม่มีอะไรสามารถทำลายเขาได้แม้แต่ลูกกระสุน เขาใช้พลังวิเศษในตัวเขาจัดการกับเหล่าอาชญากร แก๊งมาเฟีย ที่กดขี่ผู้คนในย่านคนผิวสีบ้านของเขา เพื่อนำความยุติธรรมและสงบสุขกลับคืนมา จัดว่าเป็นซีรี่ย์อีกเรื่องหนึ่งที่กล่าวถึงมุมมองคนผิวสี การแบ่งแยกชนชนชั้น การดิ้นรนของผู้คนชนชั้นล่าง ที่ไม่ได้นำเสนอแค่ฮีโร่พลังวิเศสเท่านั้น

Jessica Jones อีกหนึ่งฮีโร่หญิงของมาร์เวลที่มีเนื้อหาค่อนข้างดาร์กมาก และกล่าวถึงความเท่าเทียมทางเพศ เรื่องราวของ เจสสิก้า โจนส์ นักสืบเอกชนที่สูญเสียครอบครัวจากอุบัติเหตุแต่มีเธอรอดแค่คนเดียว ทว่าเหตุการณ์ในวันนั้นมีบางอย่างทำให้เธอมีพลังเหนือมนุษย์ แน่นอนว่าเธอต้องการสืบคดีสุดอันตรายและเข้าไปพัวพันกับบุคคลที่มีความโหดร้ายในอดีตที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเธอ

คู่หูของเคน

    ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ทีมที่สามารถคว้าอันดับที่ 3 ของพรีเมียร์ลีกได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถือว่าพวกเขาเป็นทีมเดียวที่เสียนักเตะตัวหลักไป เนื่องจากพวกเขาตัดสินใจปล่อยซน ฮองมิน กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ไปเล่นให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ชุดลุยศึกเอเชี่ยน เกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งอันที่จริงนั้นชาติต่างๆ จะต้องส่งผู้เล่นที่รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีไปลงแข่งขัน แต่ซน ฮองมินในวัย 26 ปีถูกส่งไปในโควต้านักเตะที่อายุเกิน ที่ชาติต่างๆ สามารถส่งชื่อได้ทีมละ 3 คน ซึ่งการปล่อยดาวเตะหมายเลข 7 ออกจากทีมไปครั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ดาวเตะชาวเกาหลีได้ไปช่วยให้ทีมชาติคว้าเหรียญทองในเอเชี่ยน เกมส์ให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้รับการยกเว้นในการเป็นทหารตามกฏที่ทางเกาหลีใต้กำหนดไว้ และเพื่อที่หลังจากนี้เขาจะได้เล่นในฟุตบอลอาชีพอย่างไม่ต้องมีห่วงอะไรอีก

แต่การที่ทีม “ไก่เดือยทอง” เสียกองหน้าตัวเก่งไปอย่างนี้ก็ทำให้มีผลกระทบต่อทีมไม่น้อยเช่นกัน เพราะทำให้ตัวเลือกในแนวรุกของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์นั้นลดน้อยลงไปด้วย และทำให้กุนซือหนุ่มต้องเลือกใช้ลูคัส มูร่า ปีกความเร็วสูงชาวบราซิเลี่ยนขึ้นมาเป็นตัวจริงในแดนหน้าแทน โดยขยับดาวเตะวัย 25 ปีขึ้นมาเล่นร่วมกับแฮร์รี่ เคนในแดนหน้าเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วลูคัส มูร่าย้ายมาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงในช่วงเดือนมกราคมด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ แต่ยังไม่ค่อยได้โอกาสในการลงสนามมากนัก เนื่องจากยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมทีม และสไตล์การเล่นในอังกฤษได้ ทำให้ผลงานของเขาไม่ดีนัก

แต่หลังจากที่ได้รับโอกาสในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม และทำให้ได้โอกาสอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ซน ฮองมินไปเตะให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ด้วย ทำให้ลูคัส มูร่า ฉกฉวยโอกาสในการลงสนามได้อย่างสุดยอด โดยทำได้ถึง 3 ประตูในช่วง 4 นัดที่ผ่านมา และมีชื่อเข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกในเดือนสิงหาคมด้วย ทำให้โปเช็ตติโน่ต้องหนักใจทีเดียว หลังจากจบการเล่นให้กับทีมชาติในช่วงกลางเดือนกันยายน ว่าเขาจะจัดใครลงสนามเป็นตัวจริงคู่กับแฮร์รี่ เคน ในนัดที่จะต้อนรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ระหว่างซน ฮองมิน กับลูคัส มูร่า ที่ได้พักเต็มๆ ในช่วงทีมชาติ เนื่องจากยังไม่ถูกทีมชาติบราซิลเรียกตัวในรอบนี้

โกปา อเมริกากลางปีหน้า

   การแข่งขันฟุตบอลในศึกโกปา อเมริกา คือการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ เปรียบได้เหมือนกับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโรนั่นเอง ซึ่งก็จะมีจัการแข่งขันในทุกๆ 4 ปีเช่นกัน ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปจะจัดหลังศึกโกปา อเมริกา 1 ปีมาโดยตลอด โดยมีเมื่อปี 2016 ที่เป็นข้อยกเว้นที่มีการจัดการแข่งขันในปีนั้น เนื่องจากเป็นปีที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับคอมเมียงโบ ซึ่งเป็นองค์กรฟุตบอลทางแถบทวีปอเมริกา โดยการแข่งขันในทัวร์นาเม้นต์โกปา อเมริกาจะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางปีหน้านี้ ซึ่งจะมี 12 ชาติเข้าร่วมแข่งขันกันเป็นประจำ ซึ่งหากนับเอาแต่ทวีปอเมริกาใต้จะมีเพียง 10 ประตูเทศเท่านั้น ทำให้ในแต่ละครั้งจะต้องมีทีมที่ได้รับเชิญเข้าไปร่วมทำการแข่งขันด้วย 2 ทีม ซึ่งส่วนใหญ่ทีมชาติเม็กซิโกจะถูกรับเชิญให้เข้าแข่งขันมากที่สุด และนอกจากนั้นก็จะเป็นชาติจากอเมริกากลางเสียส่วนใหญ่ อย่างฮอนดูรัส หรือว่าทีมชาติปานามาเป็นต้น ซึ่งชาติจากเอเชียก็เคยได้รับเชิญด้วยเช่นกัน ทั้งทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติกาต้าร์ ก็เคยผ่านศึกนี้มาแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับศึกโกปา อเมริกาในช่วงกลางปีหน้าก็คือทีมยักษ์ใหญ่ของทวีปอเมริกาใต้อย่างทีมชาติบราซิล และทีมชาติอาร์เจนติน่าจะสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้หรือไม่ หลังจากที่ 3 ครั้งหลังสุดในฟุตบอลรายการนี้ พวกเขาไม่เคยได้แชมป์เลย ซึ่งมันกินเวลามานานเกิน 10 ปีแล้วด้วย โดยแชมป์ 3 สมัยหลังสุดตกเป็นของทีมชาติอุรุกวัยในปี 2011 ที่ช่วงนั้นมีนักเตะก้าวขึ้นมาเป็นดาวดังหลายคน ทั้งดิเอโก้ โกดิน หลุยส์ ซัวเรซ และเป็นช่วงท้ายของดิเอโก้ ฟอร์ลันด้วย ส่วนอีก 2 ครั้งหลังสุดนั้นแชมป์ตกเป็นของทีมชาติชิลี ที่นักเตะหลายคนกำลังอยู่ในช่วงพีคพอดี ทั้งอาร์ตูโร่ วิดัล อเล็กซิส ซานเชซ หรือแม้แต่เอดูอาร์โด้ วาร์กาส ที่ทำผลงานได้ดีเหลือเกินเวลาเล่นให้กับทีมชาติชิลี ซึ่ง 2 ครั้งหลังสุดพวกเขาสามารถเอาชนะทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ทำให้ลิโอเนล เมสซี่ต้องอกหักพลาดคว้าแชมป์มาโดยตลอด ทำให้กลางปีหน้าเชื่อว่าลิโอเนล เมสซี่ จะกลับมาช่วยทีมชาติอาร์เจนติน่าทำศึกฟุตบอลโกปา อเมริกาอีกครั้งอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าปีนี้เขาจะประกาศหยุดพักการเล่นให้ทีมชาติไปก่อนก็ตาม ส่วนทีมชาติบราซิลนั้นพวกเขาเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ในกลางปีหน้าด้วย เมื่อติเต้ตัดสินใจคุมทีมชาติบราซิลต่อ ทำให้พวกเขาสามารถสานต่องานจากในชุดฟุตบอลโลกได้เลย

 

ท่าดีทีเหลว

    “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส กลายเป็นทีมที่มีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว และขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำแบบถาวรของพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในยุคการคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ที่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2014 ทั้งๆ ที่ทีมของเขานั้นไม่มีนักเตะระดับซุเปอร์สตาร์เลยซักราย จะมีก็เพียงแฮร์รี่ เคน หัวหอกทีมชาติอังกฤษรายเดียวเท่านั้น ที่ถูกยกย่องให้เป็นกองหน้าระดับโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ แต่นอกนั้นถือว่าเป็นนักเตะระดับบีบวกซะมากกว่า ซึ่งจะมีบ้างที่เล่นได้สุดยอดในหลายๆ นัด แต่ก็จะกลับมาฟอร์มหลุดในนัดถัดๆ มา ซึ่งถือว่าไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอ และนักเตะในทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถือว่ามีนักเตะอังกฤษอยู่ในทีมมากมายทีเดียว ซึ่งมันทำให้ทีมชาติอังกฤษได้ประโยชน์จากส่วนนี้ไปด้วย เนื่องจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้นมักจะซื้อนักเตะดาวรุ่งชาวอังกฤษเข้ามาสู่ทีม และมักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อยู่เสมอ และมันทำให้เวลาไปเล่นให้กับทีม “สิงโตคำราม” ทำให้มีความเข้าขารู้ใจกันมากกว่าปกติ

ในฤดูกาลนี้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 นัดติดต่อกัน ด้วยการบุกเอาชนะนิวคาสเซิ่ลได้ 2-1 ต่อมาคือการเอาชนะฟูแล่มได้ 3-1 และนัดบิ๊กแมตช์ที่พวกเขาบุกถล่มโอลด์ แทรฟฟอร์ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึง 3-0 ซึ่งทำให้นักเตะของพวกเขามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง และอะไรก็เหมือนจะเป็นใจไปเสียหมด ซึ่งแฮร์รี่ เคน จากที่ไม่เคยทำประตูได้ในเดือนสิงหาคมก็กลับมาทำได้ถึง 2 ประตูในฤดูกาลนี้ ทำให้ความเชื่อมั่นของพวกเขานั้นเต็มเปี่ยม ในการที่จะบุกไปเยือนวัตฟอร์ดในนัดที่ 4 ของฤดูกาล แต่ผลปรากฏว่าพวกเขาดันบุกไปแพ้ให้กับทีม “แตนอาละวาด” ถึงรังวิคาเลจ โร๊ด 2-1 ทั้งๆ ที่พวกเขาออกนำไปก่อนด้วย แต่ดันมาเสียประตูจากลูกตั้งเตะถึง 2 ประตู ทำให้พวกเขาต้องมาแพ้ในนัดที่ไม่น่าจะแพ้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าทางวัตฟอร์ดจะทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ก็ตาม แต่หากว่าสเปอร์สสามารถทำประตูออกนำได้แล้ว ก็ไม่ควรที่จะกลับมาแพ้ให้กับทีมที่เป็นรองพวกเขาแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาพึ่งเอาชนะเกมยากอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาได้แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาเสียคะแนนในนัดที่พวกเขาควจะเก็บ 3 คะแนนได้ด้วยซ้ำ และหากยังแก้อาการท่าดีทีเหลวแบบนี้ไม่หาย คงไม่ต้องหวังถึงการลุ้นแชมป์แม้แต่รายการเดียว

2 บิ๊กแมตช์ของกัตจัง

    ผ่านมาแล้ว 3 นัดแรกของฤดูกาลในศึกกัลโช่ เซเรีย อาของอิตาลี ซึ่งเกือบทั้งหมดก็แข่งกันครบ 3 นัดไปแล้ว แต่ยังมีอีก 4 ทีมที่ยังแข่งไปเพียง 2 นัดเท่านั้น โดยมีทางด้านเจนัว ซามพ์โดเรีย ที่เป็น 2 ทีมจากเมืองเจนัวที่ไม่ขอทำการแข่งขันในสัปดาห์แรก เนื่องจากช่วงนั้นเกิดโศกนาตรกรรมที่มีเหตุสะพานมอเตอร์เวย์ถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบชีวิตเลยทีเดียว ทำให้เอซี มิลาน และฟิออเรนติน่าที่เป็นคู่ต่อสู้ของ 2 ทีมจากเมืองเจนัวในนัดแรกก็ยังแข่งไปเพียง 2 นัดเช่นกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือเอซี มิลานที่นัดแรกพวกเขามีคิวที่จะต้องเปิดรังซาน ซีโร่ ต้อนรับการมาเยือนของเจนัวที่ถูกยกเลิกไป ทำให้โปรแกรมการแข่งขัน 2 นัดต่อมาของพวกเขาถือว่าสาหัสทีเดียว เมื่อต้องบุกไปเยือนซาน เปาโลของนาโปลี ทีมรองแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงนัดต่อมาที่จะได้เล่นในบ้านพบกับโรม่า ทีมฟอร์มแรงของลีกในเวลานี้

สัปดาห์ที่ 2 ของศึกกัลโช่ เซเรีย อา แต่กลับกลายเป็นนัดแรกของทางเอซี มิลาน ที่บุกไปเยือนเมืองเนเปิ้ลของนาโปลี ซึ่งเป็นการพบกันของ 2 อดีตกุนซือ และนักเตะของเอซี มิลานในยุคเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เมื่อนาโปลีมีคาร์โล อันเชล็อตติคุมทีมในฤดูกาลนี้ ซึ่งเอซี มิลานทำผลงานได้ดีทีเดียวเมื่อเป็นฝ่ายบุกไปนำได้ก่อนถึง 2-0 แต่ก้ไปเจออันเชล็อตติแก้เกมในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม ทำให้นาโปลีแซงพลิกกลับมาเอาชนะได้สำเร็จ นัดต่อมาที่พบกับโรม่า เกมก็เสมอกัน 1-1 จนมาถึงช่วงท้ายเกม และเป็นกอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ถึงแม้ว่าจะยังทำประตูไม่ได้ก็ตาม แต่เขาก็จ่ายทะลุช่องสุดสวยให้กับแพตทริค ครูโตเน่ กองหน้าดาวรุ่งของทีมที่ยิงประตูให้ทีมเอาชนะโรม่าไปได้ 2-1

2 บิ๊กแมตช์ที่ผ่านมาในช่วงก่อนหน้านี้ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ฝีมือของเจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือคนปัจจุบันของทีมเอซี มิลานได้เป็นอย่างดี ว่าฤดูกาลนี้เขาเตรียมทีมมาได้ดี และมีทรงการเล่นที่ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วเป็นอย่างมาก และเขาก็สมควรที่จะได้รับโอกาสในการคุมทีม “ปีศาจแดงดำ” ไปจนจบฤดูกาลนี้เป็นอย่างน้อย เพื่อดูว่าเขาจะพาทีมไปได้ไกลแค่ไหน แล้วหลังจากนั้นค่อยมาประเมินกันใหม่อีกครั้งก็ยังได้

ยิ่งช้า ยิ่งกดดัน

    การย้ายทีมของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดกองหน้าแห่งยุคชาวโปรตุกีสที่ย้ายจากทีมที่ดีที่สุดในโลกในยุคปัจจุบันอย่างเรอัล มาดริดมาร่วมทีมยูเวนตุส แชมป์ของศึกกัลโช่ เซเรีย อา 7 สมัยซ้อน ทำให้กองหน้าวัย 33 ปีเป็นที่จับจ้องของแฟนฟุตบอลทั่วโลกอยู่แล้ว เพราะด้วยสถิติการถล่มประตูที่เรอัล มาดริดตลอด 9 ฤดูกาลที่ผ่านมาของโรนัลโด้นั้นถือว่าสุดยอด และเหลือเชื่อมากๆ โดยการทำประตูได้ถึง 450 ประตูจากการลงสนามไปเพียง 438 นัด ซึ่งมันเท่ากับว่าเขายิงประตูได้มากกว่าจำนวนที่ลงสนามเสียด้วยซ้ำ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาได้เป็นนักเตะบัลลง ดอร์ถึง 4 สมัยตอนอยู่ในสีเสื้อของ “ราชันย์ชุดขาว”  รวมถึงยังกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเรอัล มาดริดอีกด้วย ทำให้การย้ายมาอยู่กับยูเวนตุสนั้นเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากว่าโรนัลโด้จะสามารถทำประตูได้มากเหมือนอย่างในศึกลา ลีก้าสเปนเหรือไม่ เนื่องจากฟุตบอลอิตาลีนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วว่ามีเกมรับที่เหนียวแน่นกว่าทีมจากสเปนอย่างแน่นอน ทำให้นักวิเคราะห์ต่างมองว่าอดีตดาวดังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้จะทำประตูได้น้อยกว่าตอนอยู่กับเรอัล มาดริดอย่างแน่นอน หถึงแม้ว่านักเตะที่เล่นรายล้อมและคอยซัพพอร์ตเขานั้นจะไม่ได้มีคุณภาพที่แตกต่างกันมากนักก็ตาม โดยมีนักเตะอย่างเปาโล ดิบาล่า ฮวน กวาดาร์โด้ และมาริโอ มานด์ซูคิช เล่นเป็นตัวสนับสนุนโรนัลโด้ในทีมยูเวนตุสในฤดูกาลนี้

แต่เริ่มต้นการแข่งขันในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดของฟุตบอลอิตาลีมาแล้ว 3 นัด แต่ปรากฏว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ยังไม่สามารถทำประตูได้แม้แต่ลูกเดียว ซึ่งถือว่าผิดวิสัยมากๆ หากวัดจากสถิติของเขาในตอนอยู่กับเรอัล มาดริด หรือแม้แต่ตอนอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงท้ายๆ ก็ตาม ซึ่งมันทำให้แฟนบอลนั้นมโนไปต่างๆ นาๆ ว่าตอนนี้อาจจะหมดยุคของโรนัลโด้ไปแล้วก็ได้ เพราะด้วยวัยก็ปาไปถึง 33 ปีแล้ว มีน้อยคนมากที่ยังเล่นฟุตบอลได้พีคอยู่ตอนอายุเท่านี้ และยิ่งเป็นตำแหน่งกองหน้าด้วยแล้วยิ่งต้องมีการวิ่งหาพื้นที่ว่างตลอด และใช้พละกำลังเยอะมาก ยิ่งทำให้มีโอกาสสูงมากที่ร่างกายของเขาอาจจะเริ่มโรยลาลงแล้วก็ได้ และยิ่งเมื่อโรนัลโด้ยังไม่สามารถทำประตูแรกอย่างเป็นทางการในสีเสื้อของยูเวนตุสได้ ทำให้ความกดดันก็จะถาโถมเข้าหาเขามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ซึ่งคงต้องลุ้นกันว่าประตูแรกของเขาจะมาเมื่อไหร่