งูพิษ

   ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเปรียบเปรยทีมอินเตอร์ มิลานในฤดูกาลนี้จริงๆ โดยเฉพาะนัดที่พวกเขาเปิดรังจูเซ็ปเป้ เมียซซ่า พบกับโตริโน่เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างทีมที่แพ้มาด้วยกันทั้งคู่ในนัดแรก โดยโตริโน่ทีมเยือนนั้นแพ้ให้กับโรม่าคาบ้าน 0-1 โดยมาโดนเอดิน เชโก้ กองหน้าทีมชาติบอสเนียมาทำประตูโทนได้ในช่วงท้ายเกม ส่วนอินเตอร์ มิลานก็บุกไปพ่ายให้กับของแสลงอย่างซัสซูโอโล่ 0-1 ซึ่งถือว่าเป็นการแพ้ที่บ้านของซัสซูโอโล่เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันแล้วด้วย ทำให้การพบกันระหว่างอินเตอร์ มิลาน กับโตริโน่ ถือว่าเป็นคู่หนึ่งที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ นอกจากบิ๊กแมตช์ในคืนวันเสาร์ที่ยูเวนตุส พบกับลาซิโอ และนาโปลี พบกับเอซี มิลาน

ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือของทีม “งูใหญ่” มีการเปลี่ยนระบบ และเปลี่ยนนักเตะจากนัดแรกหลายคนเลยทีเดียว โดยจากนัดแรกของฤดูกาลที่พ่ายให้กับซัสซูโอโล่ พวกเขาใช้ระบบ 4-4-1-1 แต่มาในนัดที่เขาปรับมาใช้ระบบ 3-4-2-1 โดยมีมิลาน สคินเนียร์ ยืนร่วมรับสเตฟาน เดอ ไฟรจ์ และดานิโล่ ดิ อัมโบรซิโอ ยืนเป็น 3 กองกลาง โดยดันควอดโว่ อซาโมอาห์ ไปเล่นวิงแบ็คซ้าย และซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้เล่นแบ็คขวา คู่กองกลางเป็นมาร์เซโล่ โบรโซวิช จับคู่กับมิเกล เวซิโน่ ส่วนกองกลางตัวรุกเป็นอีวาน เปริซิช และมัตเตโอ โปลิตาโน่ ส่วนแดนหน้าก็เป็นกัปตันทีมอย่างเมาโร อิการ์ดี้ตามเดิม ซึ่งเริ่มต้นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม โดยบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนัก และมาได้ประตูจากการยิงสุดสวยของอีวาน เปริซิช และหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากลูกโหม่งของสเตฟาน เดอ ไฟรจ์ และหลังจากนั้นพวกเขาก็บุกต่อเนื่องจนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

แต่พอเริ่มครึ่งหลังมานั้นเกมเหมือนเป็นหนังคนละม้วนเลยก็ว่าได้ เพราะโตริโน่มาบุกเข้าใส่อย่างหนัก จนมาได้ 2 ประตูอย่างรวดเร็วจากความผิดพลาดของซาเมียร์ ฮันดาโนวิช นายประตูเจ้าถิ่นที่ดักจังหวะบอลพลาด ทำให้อันเดรีย เบล็อตติยิงเข้าไปง่ายๆ และมาได้ประตูตีเสมอในช่วงนาทีที่ 68 จากซาอูลิโฮ่ เมอิเต้ กองกลางชาวฝรั่งเศส ซึ่งหลังจากนั้นทีมเยือนก็ยังบุกอย่างหนัก จนเกือบจะเป็นฝ่ายชนะเสียด้วยซ้ำ ซึ่งต้องบอกได้เลยว่าอินเตอร์ มิลานนั้นมันเป็น “งูพิษ” ชัดๆ