ท่าดีทีเหลว

    “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส กลายเป็นทีมที่มีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว และขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำแบบถาวรของพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในยุคการคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ที่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2014 ทั้งๆ ที่ทีมของเขานั้นไม่มีนักเตะระดับซุเปอร์สตาร์เลยซักราย จะมีก็เพียงแฮร์รี่ เคน หัวหอกทีมชาติอังกฤษรายเดียวเท่านั้น ที่ถูกยกย่องให้เป็นกองหน้าระดับโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ แต่นอกนั้นถือว่าเป็นนักเตะระดับบีบวกซะมากกว่า ซึ่งจะมีบ้างที่เล่นได้สุดยอดในหลายๆ นัด แต่ก็จะกลับมาฟอร์มหลุดในนัดถัดๆ มา ซึ่งถือว่าไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอ และนักเตะในทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถือว่ามีนักเตะอังกฤษอยู่ในทีมมากมายทีเดียว ซึ่งมันทำให้ทีมชาติอังกฤษได้ประโยชน์จากส่วนนี้ไปด้วย เนื่องจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้นมักจะซื้อนักเตะดาวรุ่งชาวอังกฤษเข้ามาสู่ทีม และมักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อยู่เสมอ และมันทำให้เวลาไปเล่นให้กับทีม “สิงโตคำราม” ทำให้มีความเข้าขารู้ใจกันมากกว่าปกติ

ในฤดูกาลนี้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 นัดติดต่อกัน ด้วยการบุกเอาชนะนิวคาสเซิ่ลได้ 2-1 ต่อมาคือการเอาชนะฟูแล่มได้ 3-1 และนัดบิ๊กแมตช์ที่พวกเขาบุกถล่มโอลด์ แทรฟฟอร์ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึง 3-0 ซึ่งทำให้นักเตะของพวกเขามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง และอะไรก็เหมือนจะเป็นใจไปเสียหมด ซึ่งแฮร์รี่ เคน จากที่ไม่เคยทำประตูได้ในเดือนสิงหาคมก็กลับมาทำได้ถึง 2 ประตูในฤดูกาลนี้ ทำให้ความเชื่อมั่นของพวกเขานั้นเต็มเปี่ยม ในการที่จะบุกไปเยือนวัตฟอร์ดในนัดที่ 4 ของฤดูกาล แต่ผลปรากฏว่าพวกเขาดันบุกไปแพ้ให้กับทีม “แตนอาละวาด” ถึงรังวิคาเลจ โร๊ด 2-1 ทั้งๆ ที่พวกเขาออกนำไปก่อนด้วย แต่ดันมาเสียประตูจากลูกตั้งเตะถึง 2 ประตู ทำให้พวกเขาต้องมาแพ้ในนัดที่ไม่น่าจะแพ้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าทางวัตฟอร์ดจะทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ก็ตาม แต่หากว่าสเปอร์สสามารถทำประตูออกนำได้แล้ว ก็ไม่ควรที่จะกลับมาแพ้ให้กับทีมที่เป็นรองพวกเขาแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาพึ่งเอาชนะเกมยากอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาได้แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาเสียคะแนนในนัดที่พวกเขาควจะเก็บ 3 คะแนนได้ด้วยซ้ำ และหากยังแก้อาการท่าดีทีเหลวแบบนี้ไม่หาย คงไม่ต้องหวังถึงการลุ้นแชมป์แม้แต่รายการเดียว