Category: กีฬาทั่วโลก

ยิ่งช้า ยิ่งกดดัน

    การย้ายทีมของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดกองหน้าแห่งยุคชาวโปรตุกีสที่ย้ายจากทีมที่ดีที่สุดในโลกในยุคปัจจุบันอย่างเรอัล มาดริดมาร่วมทีมยูเวนตุส แชมป์ของศึกกัลโช่ เซเรีย อา 7 สมัยซ้อน ทำให้กองหน้าวัย 33 ปีเป็นที่จับจ้องของแฟนฟุตบอลทั่วโลกอยู่แล้ว เพราะด้วยสถิติการถล่มประตูที่เรอัล มาดริดตลอด 9 ฤดูกาลที่ผ่านมาของโรนัลโด้นั้นถือว่าสุดยอด และเหลือเชื่อมากๆ โดยการทำประตูได้ถึง 450 ประตูจากการลงสนามไปเพียง 438 นัด ซึ่งมันเท่ากับว่าเขายิงประตูได้มากกว่าจำนวนที่ลงสนามเสียด้วยซ้ำ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาได้เป็นนักเตะบัลลง ดอร์ถึง 4 สมัยตอนอยู่ในสีเสื้อของ “ราชันย์ชุดขาว”  รวมถึงยังกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเรอัล มาดริดอีกด้วย ทำให้การย้ายมาอยู่กับยูเวนตุสนั้นเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากว่าโรนัลโด้จะสามารถทำประตูได้มากเหมือนอย่างในศึกลา ลีก้าสเปนเหรือไม่ เนื่องจากฟุตบอลอิตาลีนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วว่ามีเกมรับที่เหนียวแน่นกว่าทีมจากสเปนอย่างแน่นอน ทำให้นักวิเคราะห์ต่างมองว่าอดีตดาวดังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้จะทำประตูได้น้อยกว่าตอนอยู่กับเรอัล มาดริดอย่างแน่นอน หถึงแม้ว่านักเตะที่เล่นรายล้อมและคอยซัพพอร์ตเขานั้นจะไม่ได้มีคุณภาพที่แตกต่างกันมากนักก็ตาม โดยมีนักเตะอย่างเปาโล ดิบาล่า ฮวน กวาดาร์โด้ และมาริโอ มานด์ซูคิช เล่นเป็นตัวสนับสนุนโรนัลโด้ในทีมยูเวนตุสในฤดูกาลนี้ แต่เริ่มต้นการแข่งขันในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดของฟุตบอลอิตาลีมาแล้ว 3 นัด แต่ปรากฏว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ยังไม่สามารถทำประตูได้แม้แต่ลูกเดียว ซึ่งถือว่าผิดวิสัยมากๆ …

Continue reading

สำรองยาว

    เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังทีมชาติโครเอเชีย เคยเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหมายเลข 1 ของลิเวอร์พูลมาก่อนจนถึงช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนการมาของเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ปราการหลังร่างสูงทีมชาติฮอลแลนด์ที่ทีมไปทุ่มเงินซื้อมาจากเซาต์แธมตันถึง 75 ล้านปอนด์ในช่วงตลาดซื้อขายในเดือนมกราคม หลังจากนั้นมาลอฟเรนจึงกลายเป็นปราการหลังหมายเลข 2 ของทีมมาโดยตลอด แต่ลอฟเรนก็ยังคงได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยจับคู่กับฟาน ไดจค์ ซึ่งเป้นนักเตะเก่าของเซาต์แธมตันด้วยกันทั้งคู่ และดูเหมือนว่าลอฟเรนจะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว หลังจากการมาของกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก ทำให้กองหลังชาวโครแอตวัย 29 ปีเล่นได้ง่ายขึ้น และสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากลอฟเรนกลายเป็นคนคอยดักจังหวะ แล้วให้ฟาน ไดจค์เป็นตัวเข้าชนกับกองหน้าของฝ่ายตรงข้ามแทน ซึ่งเล่นจับคู่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีจนผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะเข้าไปแพ้ให้กับเรอัล มาดริดก็ตาม เดยัน ลอฟเรนถือว่าทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องมาจนในศึกฟุตบอลโลก ที่เขาสามารถช่วยทีมชาติโครเอเชียผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้ โดยเข้าไปแพ้ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส 2-4 แต่ลอฟเรนก็ทำผลงานได้ดีตลอดทัวร์นาเม้นต์เลยทีเดียว แต่ปัญหามันเกิดขึ้นจากการที่เขามีอาการบาดเจ็บตามมาหลังจากจบศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางเดือนกรกฏาคม ที่เขามีอาการบาดเจ็บบริเวณช่วงกลางลำตัวจนทำให้ไม่สามารถช่วยทีมลิเวอร์พูลในช่วงเปิดฤดูกาลได้ ทำให้โอกาสตกไปเป็นของโจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่งของทีมที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงคู่กับเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์แทน เนื่องจากโจเอล มาติป ตัวสแตนด์บายหมายเลข 1 ก็ดันมีอาการบาดเจ็บในช่วงต้นฤดูกาลด้วย ทำให้กองหลังดาวรุ่งวัย …

Continue reading

ปีทองของโมดริช

  ฤดูกาล 2017-2018 เรียกได้ว่าเป็นปีทองของลูก้า โมดริช ยอดกองกลางร่างเล็กชาวโครเอเชียเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะปี 2018 ที่เขาสามารถคว้ารางวัลส่วนตัวรางวัลใหญ่มาครอบครองได้แล้วถึง 2 รางวัล โดยไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาแล้ว ที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น จนช่วยให้ทีมชาติโครเอเชียสามารถผ่านเข้าสู่รองชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ด้วยการเล่นในต่อเวลาพิเศษมาตลอดใน 3 รอบน็อคเอ้าต์ ทั้งรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ยิงจุดโทษเอาชนะทีมชาติเดนมาร์กได้สำเร็จ รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ยิงจุดโทษเอาชนะเจ้าภาพรัสเซียได้ และรอบรองชนะเลิศที่ต่อเวลาเอาชนะทีมชาติอังกฤษมาได้ 2-1 ซึ่งเขาต้องลงเล่นตลอด 120 นาทีมาถึง 3 นัดติดต่อกัน ทำให้รอบชิงชนะเลิศทีมชาติโครเอเชียก็ไม่มีแรงต้านทานทีมชาติฝรั่งเศส จึงพ่ายไปในที่สุด 2-4 ซึ่งทำให้โมดริชได้เพียงแค่รองแชมป์โลกเท่านั้น แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นกว่าใครในฟุตบอลโลก ทำให้เขาได้รับรางวัลโกลเด้น บอล หรือว่านักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์นั่นเอง นั่นเป็นรางวัลในฐานะการเล่นให้กับทีมชาติโครเอเชีย ส่วนความสำเร็จกับสโมสรอย่างเรอัล มาดริดนั้น ลูก้า โมดริชในวัย 32 ปีก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้สำเร็จด้วย เมื่อเขาเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางร่วมกับเอ็นริเก้ กาเซมิโร่ กองกลางทีมชาติบราซิล และโทนี่ โครสส์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน ที่เล่นเป็น …

Continue reading

6 ทีมที่รอคอย

   ได้ครบ 32 ทีมกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะเริ่มโม่แข้งในรอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีมสุดท้ายกันในช่วงเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทีมที่แน่นอนแล้ว 26 ทีมหลังจากที่ทำการแข่งขันจบฤดูกาลที่แล้วไป ที่มาจากโควต้าการทำอันดับของลีกต่างๆ และต้องรออีก 6 ทีมที่จะต้องทำการเตะเพลย์ออฟเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม ที่จะมีผลประโยชน์รออยู่มากมาย และรายได้ที่มหาศาลไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ หากทีมสามารถเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มได้ โดยการคัดเลือกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นได้ทำการคัดเลือกมาตั้งแต่ต้นเดือนกรกฏาคมแล้วด้วย โดยจะเป็นทีมจากชาติเล็กๆ ก่อนที่จะได้ทำการแข่งขันในรอบคัดเลือกรอบแรก และรอบที่ 2 ก็จะมีทีมที่พอเป็นที่รู้จักมากขึ้น อย่างกลาสโกว เซลติก แลอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็ต้องทำการเตะในรอบคัดเลือกรอบที่ 2 ส่วนรอบที่ 3 ก็จะเป็นพวกทีมวางที่มีค่าสัมประสิตดีกว่าทีมอื่นๆ ที่พึ่งหาบทสรุปได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 6 ทีมที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้ได้ก็คืออาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังจากฮอลแลนด์ที่สามารถเอาชนะดิมาโม เคียฟ ทีมดังจากประเทศยูเครนได้สำเร็จ ด้วยสกอร์รวม 3-1 โดยเป็นสกอร์จากนัดแรกที่แดนกังหันลม ส่วนนัดที่ 2 ก็เสมอกัน 0-0 ทำให้สุดท้ายอาแจ๊กซ์ …

Continue reading

ความผิดของมูรินโญ่

    ปัญหาในช่วงต้นฤดูกาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นมีมากมายทีเดียว ทั้งในเรื่องของปัญหาในแนวรับที่พวกเขาไม่ได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม รวมถึงแนวรุกก็ไม่มีความเฉียบขาดในการทำประตู ซึ่งแฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มีมุมมองที่แตกต่างกันไป ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ของสโมสรนั้นเกิดขึ้นเพราะใคร หรือเหตุใด ซึ่งก็มีมุมมองทั้งว่าเป็นความผิดของโชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสเอง และก็มีอีกส่วนที่บอกว่าเป็นความผิดของผู้บริหารของสโมสรที่นำโดยเอ็ด วู๊ดเวิร์ต รองประธานสโมสรด้วย ที่ไม่ยอมทุ่มซื้อนักเตะตามทที่กุนซือวัย 55 ปีต้องการในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมต้องประสบปัญหาในฤดูกาลนี้ ส่วนหนึ่งก็คงต้องโทษผู้บริหารสโมสรแบบเต็มๆ ได้เช่นกัน เมื่อพวกเขาไม่ยอมสนับสนุนในการซื้อนักเตะตามที่โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการ ทั้งๆ ที่สโมสรพึ่งจะทำการต่อสัญญากับเขาออกไปอีก 1 ปีในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ในช่วงซัมเมอร์นี้พวกเขากลับทุ่มงบแบบกั๊กๆ ให้มูรินโญ่เพียง 100 ล้านปอนด์เท่านั้น ทั้งๆ ที่ฤดูกาลที่แล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีคะแนนเป็นรองแมนเชสเตอร์ ซิตี้ของเป็ป กวาดิโอล่าถึง 19 คะแนนในพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ถูกเปรียบเปรยโดยแกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็คขวาของสโมสรว่าเหมือนว่าสโมสรให้โชเซ่ มูรินโญ่ สร้างบ้าน แต่ว่าให้งบประมาณมาแค่ ¾ เท่านั้น ทำให้บ้านของพวกเขายังมีปัญหามาจนถึงวันนี้ แต่หากมองอีกส่วนหนึ่งก็คือการที่โชเซ่ มูรินโญ่ ทำทีมได้ไม่เป็นไปตามความต้องการของสโมสร และแฟนฟุตบอล ทำให้บอร์ดบริหารก็ไม่อยากจะทุ่มงบประมาณให้กับเขาอีกต่อไป แต่จากรูปแบบการเล่นในนัดที่พวกเขาพบกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ …

Continue reading

งูพิษ

   ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเปรียบเปรยทีมอินเตอร์ มิลานในฤดูกาลนี้จริงๆ โดยเฉพาะนัดที่พวกเขาเปิดรังจูเซ็ปเป้ เมียซซ่า พบกับโตริโน่เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างทีมที่แพ้มาด้วยกันทั้งคู่ในนัดแรก โดยโตริโน่ทีมเยือนนั้นแพ้ให้กับโรม่าคาบ้าน 0-1 โดยมาโดนเอดิน เชโก้ กองหน้าทีมชาติบอสเนียมาทำประตูโทนได้ในช่วงท้ายเกม ส่วนอินเตอร์ มิลานก็บุกไปพ่ายให้กับของแสลงอย่างซัสซูโอโล่ 0-1 ซึ่งถือว่าเป็นการแพ้ที่บ้านของซัสซูโอโล่เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันแล้วด้วย ทำให้การพบกันระหว่างอินเตอร์ มิลาน กับโตริโน่ ถือว่าเป็นคู่หนึ่งที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ นอกจากบิ๊กแมตช์ในคืนวันเสาร์ที่ยูเวนตุส พบกับลาซิโอ และนาโปลี พบกับเอซี มิลาน ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือของทีม “งูใหญ่” มีการเปลี่ยนระบบ และเปลี่ยนนักเตะจากนัดแรกหลายคนเลยทีเดียว โดยจากนัดแรกของฤดูกาลที่พ่ายให้กับซัสซูโอโล่ พวกเขาใช้ระบบ 4-4-1-1 แต่มาในนัดที่เขาปรับมาใช้ระบบ 3-4-2-1 โดยมีมิลาน สคินเนียร์ ยืนร่วมรับสเตฟาน เดอ ไฟรจ์ และดานิโล่ ดิ อัมโบรซิโอ ยืนเป็น 3 กองกลาง โดยดันควอดโว่ อซาโมอาห์ ไปเล่นวิงแบ็คซ้าย และซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้เล่นแบ็คขวา คู่กองกลางเป็นมาร์เซโล่ …

Continue reading

ศิษย์เกือบล้างครู

    ใครๆ ต่างก็ทราบดีว่าเจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือคนปัจจุบันของเอซี มิลานนั้นเคยเป็นลูกศิษย์ของคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือของทีมนาโปลีในปัจจุบัน ในสมัยที่กัตตูโซ่ยังค้าแข้งเป็นกองกลางพันธุ์ดุให้กับทีม “ปีศาจแดงดำ” ในช่วงต้นทศวรรษที่ 20 แต่ก็ได้แยกทางมานานเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจากที่อันเชล็อตติไปรับงานคุมทีมในอังกฤษกับทีมเชลซี ซึ่งหลังจากนั้นประมาณ 4 ปีเจนนาโร่ กัตตูโซ่ ก็เลือกที่จะแขวนสตั๊ด และหันมาเอาดีกับงานด้านการเป็นโค๊ชแทน และได้พเนจรไปลองงานอยู่หลายสโมสรทีเดียว แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จซักราย และต้องหันมาคุมทีมเอซี มิลานชุดเล็กแทน ก่อนที่จะมาได้โอกาสนั่งเป็นกุนซือรักษาการแทน หลังจากที่วินเชนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือโดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้กัตตูโซ่ได้เป็นกุนซือแทนจนจบฤดูกาล ซึ่งฤดูกาลนี้เขาได้รับความไว้วางใจจากบอร์ดบริหาร ทำให้เขาจะได้คุมทีมแบบเต็มตัวทั้งฤดูกาล ซึ่งนัดแรกของกุนซือวัย 40 ปีก็คือการคุมทีมเอซี มิลานบุกไปเยือนนาโปลี ซึ่งมีอาจารย์เก่าของเขาอย่างคาร์โล อันเชล็อตติคุมทีมอยู่ในเวลานี้นั่นเอง อันที่จริงแล้วโปรแกรมนัดแรกของเอซี มิลานไม่ได้เป็นการเจอกับนาโปลีแต่อย่างใด แต่จะต้องเป็นเกมที่พวกเขาเปิดรังซาน ซีโร่ พบกับทีมเจนัวในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาต่างหาก แต่เกมดังกล่าวถูกเลื่อนออกไป เนื่องด้วยสภาพจิตใจของนักเตะของทีมจากเมืองเจนัวนั้นไม่พร้อม เนื่องจากก่อนหน้านั้นไม่กี่วันได้มีอุบัติเหตุสะพานมอเตอร์เวย์ของเมืองถล่ม ทำให้มีผู้เล่นชีวิตหลายรายทีเดียว ทำให้เกมเลื่อนออกไปเตะในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และทำให้เอซี มิลานยังไม่ได้ทำการแข่งขันในนัดแรก และต้องบุกมาเยือนสนามซาน เปาโลในเมืองเนเปิ้ลเป็นนัดแรกทันที ซึ่งลูกทีมของ …

Continue reading

เครื่องจักรสีแดง

  สโมสรลิเวอร์พูลเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นเครื่องจักสีแดงในช่วงทศวรรษที่ 80-90 ซึ่งได้มาจากสไตล์การเล่นของพวกเขาที่ดุดัน และเดินหน้าบุกใส่คู่แข่งอยู่ตลอดเวลา ประหนึ่งเครื่องจักรและบวกกับการที่พวกเขาสวมเสื้อสีแดงลงสนามเป็นประจำด้วย ทำให้พวกเขาได้รับสมยานามนี้มาอีก 1 ชื่อ นอกจากจะเป็น “หงส์แดง” ที่ก็มาจากตราสโมสรนั่นเอง ซึ่งหลังจากหมดยุคของช่วงนั้นไป ลิเวอร์พูลก็ไม่ได้มีสไตล์การเล่นแบบนั้นอีกเลย แต่มาในช่วง 2-3 ปีหลังจากที่พวกเขาได้เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหนุ่มชาวเยอรมันเข้ามาคุมทีมในถิ่นแอนฟิลด์ เหมือนกลิ่นอายแบบยุคก่อนจะกลับมาอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ชัดเจนมากนักในช่วง 2 ฤดูกาลแรกที่เขาเข้ามาคุมทีม ซึ่งอาจจะด้วยจากตัวนักเตะที่เขามีอยู่ด้วย ที่อาจจะไม่ได้มีคุณภาพมากพอที่จะให้เล่นแบบทุกตลอด 90 นาที เนื่องจากปีก่อนๆ อดีตกุนซือของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ไม่ได้ใช้เงินในการเสริมทัพมากนัก จนกระทั่งถึงช่วงต้นปีที่ผ่านมา ที่ดูเหมือนแนวคิดของเจอร์เก้น คล็อปป์จะเปลี่ยนไป และไม่สามารถรอนักเตะดาวรุ่งก้าวขึ้นมาสู่ทีมได้ และเขาก็รอความสำเร็จไม่ไหว ทำให้กุนซือวัย 51 ปีต้องเริ่มตัดสินใจใช้เงินก้อนโตซื้อนักเตะ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ลิเวอร์พูลยอมทุ่มเงินถึง 75 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ กองหลังร่างสูงทีมชาติฮอลแลนด์จากเซาต์แธมตันมาร่วมทีม ซึ่งทำให้ฟาน ไดจค์กลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันทีด้วย ซึ่งก็ทำให้ลิเวอร์พูลมาไกลจนเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเลยทีเดียว แต่ก็ไปแพ้ให้กับเรอัล มาดริดเสียก่อน 1-3 จากการแพ้ครั้งนั้นทำให้เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องลงทุนหนักขึ้นเพื่อคว้าตัวนักเตะอีก …

Continue reading