ไม่ได้มีแค่หนัง รวม 5 ซีรี่ย์จักรวาล Marvel ที่สาวกไม่ควรพลาด

    หากพูดถึงฮีโร่จากมาร์เวลคอมมิกส์ (Marvel) คงนึกถึงฮีโร่ดังๆอย่าง ไอรอนแมน, สไปเดอร์แมน, กัปตันอเมริกา และหลายๆฮีโร่ที่เราได้ชมแล้วในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ หากคุณคิดว่าฮีโร่มาร์เวลนั้นจำกัดแค่ในโรงภาพยนตร์ล่ะก็ คุณคิดผิดต้องบอกว่าตอนนี้เหล่าฮีโร่นิรนามจากงานเขียนของคุณปู่ สแตน ลี ได้ถูกนำมาสร้างเป็นฉบับซีรี่ย์เช่นกันแล้วถือว่าบางเรื่องฮิตมากจนสร้างซีซั่นต่อๆมาเรื่อยๆ สำหรับสาวกมาร์เวลที่ไม่ควรพลาดชมกับ 5 ซีรี่ย์ยอดฮิตของค่าย Marvel

Agents of S.H.I.E.L.D. ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่ค่ายมาร์เวลนำมาสร้างเป็นซีรี่ย์แถมยังประสบความสำเร็จอีกด้วย โดยเริ่มออกอากาศซีซั่นแรกในปี 2013 เป็นเรื่องราวของหน่วยชิลด์องค์กรลับ ที่ผู้ชมคุ้นเคยกันอย่างดีจาก นิค ฟิวลี่ย์ ที่ปรากฏในฉบับภาพยนตร์ แต่ในซีรี่ย์จะบอกเล่าผ่านตัวละคร เจ้าหน้าที่โคลสัน (เคยปรากฏตัวใน The Avengers ภาคแรก) กับภารกิจค้นหาผู้ที่มีพลังเหนือมนุษย์หรือมิวเทนต์และคอยปกป้องผู้คนจากเหล่าร้ายเพื่อรักษาความสงบสุขกลับคืนมา

Agent Carter ชื่อนี้คงคุ้นเคยกันดีเพราะเธอคือ คนรักของกัปตันอเมริกา นั่นเอง เรื่องราวเกี่ยวกับ เป๊กกี้ คาร์เตอร์ หรือ เอเจนท์คาร์เตอร์ เจ้าหน้าที่หน่วยชิลด์ยุคแรกๆ กับภารกิจไขปริศนาที่ต้องใช้ไหวพริบและมันสมองเพื่อภารกิจที่รับมอบหมายให้ลุล่วง สำหรับซีรี่ย์ชุดนี้มีจำนวน 2 ซีซั่นและเป็นเหตุการณ์หลัง กัปตันอเมริกา ภาคแรก

The Punisher ฮีโร่สายโหดสำหรับผู้ชื่นชอบแนวบู๊ล้างพลาญ ยิงกันเลือดสาด The Punisher (เดอะพันนิชเชอร์) ฮีโร่ที่ไม่มีพลังวิเศษใดๆ มีแค่  2 มือ 2 เท้าจัดการกับวายร้าย เรื่องราวของ แฟรงค์ คาสเซิล อดีตหน่วยรบพิเศษฝีมือฉกาจ ต้องสูญเสียภรรยาและลูกจากน้ำมือของผู้มีอิทธิพล แต่พวกมันไม่ได้รับโทษอะไรเลย ทำให้เขาต้องตามล้างแค้นพวกมันทีละคน ต่อมาเขาตัดสินว่าทางเดียวที่จัดการกับเหล่าอาญกรพวกนี้ได้ คือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เขาจึงกลายเป็นบุคคลภายใต้ชุดสีดำลายหัวกระโหลก นามว่า เดอะพันนิชเชอร์

Luke Cage นี่คือฮีโร่ผิวสีอีกคนของมาร์เวล แถมยังอึด ทึก ถน ไม่มีใครทำลายได้ง่ายๆ ลุค เคจ นักโทษคดียาเสพติดที่เขาไม่ได้ก่อ ได้รับการทดลองบางอย่างจนทำให้เขามีร่างกายที่แข็งแรงเหมือนเหล็ก ไม่มีอะไรสามารถทำลายเขาได้แม้แต่ลูกกระสุน เขาใช้พลังวิเศษในตัวเขาจัดการกับเหล่าอาชญากร แก๊งมาเฟีย ที่กดขี่ผู้คนในย่านคนผิวสีบ้านของเขา เพื่อนำความยุติธรรมและสงบสุขกลับคืนมา จัดว่าเป็นซีรี่ย์อีกเรื่องหนึ่งที่กล่าวถึงมุมมองคนผิวสี การแบ่งแยกชนชนชั้น การดิ้นรนของผู้คนชนชั้นล่าง ที่ไม่ได้นำเสนอแค่ฮีโร่พลังวิเศสเท่านั้น

Jessica Jones อีกหนึ่งฮีโร่หญิงของมาร์เวลที่มีเนื้อหาค่อนข้างดาร์กมาก และกล่าวถึงความเท่าเทียมทางเพศ เรื่องราวของ เจสสิก้า โจนส์ นักสืบเอกชนที่สูญเสียครอบครัวจากอุบัติเหตุแต่มีเธอรอดแค่คนเดียว ทว่าเหตุการณ์ในวันนั้นมีบางอย่างทำให้เธอมีพลังเหนือมนุษย์ แน่นอนว่าเธอต้องการสืบคดีสุดอันตรายและเข้าไปพัวพันกับบุคคลที่มีความโหดร้ายในอดีตที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเธอ

คู่หูของเคน

    ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ทีมที่สามารถคว้าอันดับที่ 3 ของพรีเมียร์ลีกได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถือว่าพวกเขาเป็นทีมเดียวที่เสียนักเตะตัวหลักไป เนื่องจากพวกเขาตัดสินใจปล่อยซน ฮองมิน กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ไปเล่นให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ชุดลุยศึกเอเชี่ยน เกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งอันที่จริงนั้นชาติต่างๆ จะต้องส่งผู้เล่นที่รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีไปลงแข่งขัน แต่ซน ฮองมินในวัย 26 ปีถูกส่งไปในโควต้านักเตะที่อายุเกิน ที่ชาติต่างๆ สามารถส่งชื่อได้ทีมละ 3 คน ซึ่งการปล่อยดาวเตะหมายเลข 7 ออกจากทีมไปครั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ดาวเตะชาวเกาหลีได้ไปช่วยให้ทีมชาติคว้าเหรียญทองในเอเชี่ยน เกมส์ให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้รับการยกเว้นในการเป็นทหารตามกฏที่ทางเกาหลีใต้กำหนดไว้ และเพื่อที่หลังจากนี้เขาจะได้เล่นในฟุตบอลอาชีพอย่างไม่ต้องมีห่วงอะไรอีก

แต่การที่ทีม “ไก่เดือยทอง” เสียกองหน้าตัวเก่งไปอย่างนี้ก็ทำให้มีผลกระทบต่อทีมไม่น้อยเช่นกัน เพราะทำให้ตัวเลือกในแนวรุกของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์นั้นลดน้อยลงไปด้วย และทำให้กุนซือหนุ่มต้องเลือกใช้ลูคัส มูร่า ปีกความเร็วสูงชาวบราซิเลี่ยนขึ้นมาเป็นตัวจริงในแดนหน้าแทน โดยขยับดาวเตะวัย 25 ปีขึ้นมาเล่นร่วมกับแฮร์รี่ เคนในแดนหน้าเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วลูคัส มูร่าย้ายมาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงในช่วงเดือนมกราคมด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ แต่ยังไม่ค่อยได้โอกาสในการลงสนามมากนัก เนื่องจากยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมทีม และสไตล์การเล่นในอังกฤษได้ ทำให้ผลงานของเขาไม่ดีนัก

แต่หลังจากที่ได้รับโอกาสในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม และทำให้ได้โอกาสอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ซน ฮองมินไปเตะให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ด้วย ทำให้ลูคัส มูร่า ฉกฉวยโอกาสในการลงสนามได้อย่างสุดยอด โดยทำได้ถึง 3 ประตูในช่วง 4 นัดที่ผ่านมา และมีชื่อเข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกในเดือนสิงหาคมด้วย ทำให้โปเช็ตติโน่ต้องหนักใจทีเดียว หลังจากจบการเล่นให้กับทีมชาติในช่วงกลางเดือนกันยายน ว่าเขาจะจัดใครลงสนามเป็นตัวจริงคู่กับแฮร์รี่ เคน ในนัดที่จะต้อนรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ระหว่างซน ฮองมิน กับลูคัส มูร่า ที่ได้พักเต็มๆ ในช่วงทีมชาติ เนื่องจากยังไม่ถูกทีมชาติบราซิลเรียกตัวในรอบนี้

โกปา อเมริกากลางปีหน้า

   การแข่งขันฟุตบอลในศึกโกปา อเมริกา คือการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ เปรียบได้เหมือนกับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโรนั่นเอง ซึ่งก็จะมีจัการแข่งขันในทุกๆ 4 ปีเช่นกัน ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปจะจัดหลังศึกโกปา อเมริกา 1 ปีมาโดยตลอด โดยมีเมื่อปี 2016 ที่เป็นข้อยกเว้นที่มีการจัดการแข่งขันในปีนั้น เนื่องจากเป็นปีที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับคอมเมียงโบ ซึ่งเป็นองค์กรฟุตบอลทางแถบทวีปอเมริกา โดยการแข่งขันในทัวร์นาเม้นต์โกปา อเมริกาจะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางปีหน้านี้ ซึ่งจะมี 12 ชาติเข้าร่วมแข่งขันกันเป็นประจำ ซึ่งหากนับเอาแต่ทวีปอเมริกาใต้จะมีเพียง 10 ประตูเทศเท่านั้น ทำให้ในแต่ละครั้งจะต้องมีทีมที่ได้รับเชิญเข้าไปร่วมทำการแข่งขันด้วย 2 ทีม ซึ่งส่วนใหญ่ทีมชาติเม็กซิโกจะถูกรับเชิญให้เข้าแข่งขันมากที่สุด และนอกจากนั้นก็จะเป็นชาติจากอเมริกากลางเสียส่วนใหญ่ อย่างฮอนดูรัส หรือว่าทีมชาติปานามาเป็นต้น ซึ่งชาติจากเอเชียก็เคยได้รับเชิญด้วยเช่นกัน ทั้งทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติกาต้าร์ ก็เคยผ่านศึกนี้มาแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับศึกโกปา อเมริกาในช่วงกลางปีหน้าก็คือทีมยักษ์ใหญ่ของทวีปอเมริกาใต้อย่างทีมชาติบราซิล และทีมชาติอาร์เจนติน่าจะสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้หรือไม่ หลังจากที่ 3 ครั้งหลังสุดในฟุตบอลรายการนี้ พวกเขาไม่เคยได้แชมป์เลย ซึ่งมันกินเวลามานานเกิน 10 ปีแล้วด้วย โดยแชมป์ 3 สมัยหลังสุดตกเป็นของทีมชาติอุรุกวัยในปี 2011 ที่ช่วงนั้นมีนักเตะก้าวขึ้นมาเป็นดาวดังหลายคน ทั้งดิเอโก้ โกดิน หลุยส์ ซัวเรซ และเป็นช่วงท้ายของดิเอโก้ ฟอร์ลันด้วย ส่วนอีก 2 ครั้งหลังสุดนั้นแชมป์ตกเป็นของทีมชาติชิลี ที่นักเตะหลายคนกำลังอยู่ในช่วงพีคพอดี ทั้งอาร์ตูโร่ วิดัล อเล็กซิส ซานเชซ หรือแม้แต่เอดูอาร์โด้ วาร์กาส ที่ทำผลงานได้ดีเหลือเกินเวลาเล่นให้กับทีมชาติชิลี ซึ่ง 2 ครั้งหลังสุดพวกเขาสามารถเอาชนะทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ทำให้ลิโอเนล เมสซี่ต้องอกหักพลาดคว้าแชมป์มาโดยตลอด ทำให้กลางปีหน้าเชื่อว่าลิโอเนล เมสซี่ จะกลับมาช่วยทีมชาติอาร์เจนติน่าทำศึกฟุตบอลโกปา อเมริกาอีกครั้งอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าปีนี้เขาจะประกาศหยุดพักการเล่นให้ทีมชาติไปก่อนก็ตาม ส่วนทีมชาติบราซิลนั้นพวกเขาเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ในกลางปีหน้าด้วย เมื่อติเต้ตัดสินใจคุมทีมชาติบราซิลต่อ ทำให้พวกเขาสามารถสานต่องานจากในชุดฟุตบอลโลกได้เลย

 

ท่าดีทีเหลว

    “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส กลายเป็นทีมที่มีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว และขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำแบบถาวรของพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในยุคการคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ที่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2014 ทั้งๆ ที่ทีมของเขานั้นไม่มีนักเตะระดับซุเปอร์สตาร์เลยซักราย จะมีก็เพียงแฮร์รี่ เคน หัวหอกทีมชาติอังกฤษรายเดียวเท่านั้น ที่ถูกยกย่องให้เป็นกองหน้าระดับโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ แต่นอกนั้นถือว่าเป็นนักเตะระดับบีบวกซะมากกว่า ซึ่งจะมีบ้างที่เล่นได้สุดยอดในหลายๆ นัด แต่ก็จะกลับมาฟอร์มหลุดในนัดถัดๆ มา ซึ่งถือว่าไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอ และนักเตะในทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถือว่ามีนักเตะอังกฤษอยู่ในทีมมากมายทีเดียว ซึ่งมันทำให้ทีมชาติอังกฤษได้ประโยชน์จากส่วนนี้ไปด้วย เนื่องจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้นมักจะซื้อนักเตะดาวรุ่งชาวอังกฤษเข้ามาสู่ทีม และมักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อยู่เสมอ และมันทำให้เวลาไปเล่นให้กับทีม “สิงโตคำราม” ทำให้มีความเข้าขารู้ใจกันมากกว่าปกติ

ในฤดูกาลนี้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 นัดติดต่อกัน ด้วยการบุกเอาชนะนิวคาสเซิ่ลได้ 2-1 ต่อมาคือการเอาชนะฟูแล่มได้ 3-1 และนัดบิ๊กแมตช์ที่พวกเขาบุกถล่มโอลด์ แทรฟฟอร์ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึง 3-0 ซึ่งทำให้นักเตะของพวกเขามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง และอะไรก็เหมือนจะเป็นใจไปเสียหมด ซึ่งแฮร์รี่ เคน จากที่ไม่เคยทำประตูได้ในเดือนสิงหาคมก็กลับมาทำได้ถึง 2 ประตูในฤดูกาลนี้ ทำให้ความเชื่อมั่นของพวกเขานั้นเต็มเปี่ยม ในการที่จะบุกไปเยือนวัตฟอร์ดในนัดที่ 4 ของฤดูกาล แต่ผลปรากฏว่าพวกเขาดันบุกไปแพ้ให้กับทีม “แตนอาละวาด” ถึงรังวิคาเลจ โร๊ด 2-1 ทั้งๆ ที่พวกเขาออกนำไปก่อนด้วย แต่ดันมาเสียประตูจากลูกตั้งเตะถึง 2 ประตู ทำให้พวกเขาต้องมาแพ้ในนัดที่ไม่น่าจะแพ้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าทางวัตฟอร์ดจะทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ก็ตาม แต่หากว่าสเปอร์สสามารถทำประตูออกนำได้แล้ว ก็ไม่ควรที่จะกลับมาแพ้ให้กับทีมที่เป็นรองพวกเขาแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาพึ่งเอาชนะเกมยากอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาได้แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาเสียคะแนนในนัดที่พวกเขาควจะเก็บ 3 คะแนนได้ด้วยซ้ำ และหากยังแก้อาการท่าดีทีเหลวแบบนี้ไม่หาย คงไม่ต้องหวังถึงการลุ้นแชมป์แม้แต่รายการเดียว

2 บิ๊กแมตช์ของกัตจัง

    ผ่านมาแล้ว 3 นัดแรกของฤดูกาลในศึกกัลโช่ เซเรีย อาของอิตาลี ซึ่งเกือบทั้งหมดก็แข่งกันครบ 3 นัดไปแล้ว แต่ยังมีอีก 4 ทีมที่ยังแข่งไปเพียง 2 นัดเท่านั้น โดยมีทางด้านเจนัว ซามพ์โดเรีย ที่เป็น 2 ทีมจากเมืองเจนัวที่ไม่ขอทำการแข่งขันในสัปดาห์แรก เนื่องจากช่วงนั้นเกิดโศกนาตรกรรมที่มีเหตุสะพานมอเตอร์เวย์ถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบชีวิตเลยทีเดียว ทำให้เอซี มิลาน และฟิออเรนติน่าที่เป็นคู่ต่อสู้ของ 2 ทีมจากเมืองเจนัวในนัดแรกก็ยังแข่งไปเพียง 2 นัดเช่นกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือเอซี มิลานที่นัดแรกพวกเขามีคิวที่จะต้องเปิดรังซาน ซีโร่ ต้อนรับการมาเยือนของเจนัวที่ถูกยกเลิกไป ทำให้โปรแกรมการแข่งขัน 2 นัดต่อมาของพวกเขาถือว่าสาหัสทีเดียว เมื่อต้องบุกไปเยือนซาน เปาโลของนาโปลี ทีมรองแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงนัดต่อมาที่จะได้เล่นในบ้านพบกับโรม่า ทีมฟอร์มแรงของลีกในเวลานี้

สัปดาห์ที่ 2 ของศึกกัลโช่ เซเรีย อา แต่กลับกลายเป็นนัดแรกของทางเอซี มิลาน ที่บุกไปเยือนเมืองเนเปิ้ลของนาโปลี ซึ่งเป็นการพบกันของ 2 อดีตกุนซือ และนักเตะของเอซี มิลานในยุคเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เมื่อนาโปลีมีคาร์โล อันเชล็อตติคุมทีมในฤดูกาลนี้ ซึ่งเอซี มิลานทำผลงานได้ดีทีเดียวเมื่อเป็นฝ่ายบุกไปนำได้ก่อนถึง 2-0 แต่ก้ไปเจออันเชล็อตติแก้เกมในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม ทำให้นาโปลีแซงพลิกกลับมาเอาชนะได้สำเร็จ นัดต่อมาที่พบกับโรม่า เกมก็เสมอกัน 1-1 จนมาถึงช่วงท้ายเกม และเป็นกอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ถึงแม้ว่าจะยังทำประตูไม่ได้ก็ตาม แต่เขาก็จ่ายทะลุช่องสุดสวยให้กับแพตทริค ครูโตเน่ กองหน้าดาวรุ่งของทีมที่ยิงประตูให้ทีมเอาชนะโรม่าไปได้ 2-1

2 บิ๊กแมตช์ที่ผ่านมาในช่วงก่อนหน้านี้ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ฝีมือของเจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือคนปัจจุบันของทีมเอซี มิลานได้เป็นอย่างดี ว่าฤดูกาลนี้เขาเตรียมทีมมาได้ดี และมีทรงการเล่นที่ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วเป็นอย่างมาก และเขาก็สมควรที่จะได้รับโอกาสในการคุมทีม “ปีศาจแดงดำ” ไปจนจบฤดูกาลนี้เป็นอย่างน้อย เพื่อดูว่าเขาจะพาทีมไปได้ไกลแค่ไหน แล้วหลังจากนั้นค่อยมาประเมินกันใหม่อีกครั้งก็ยังได้

ยิ่งช้า ยิ่งกดดัน

    การย้ายทีมของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดกองหน้าแห่งยุคชาวโปรตุกีสที่ย้ายจากทีมที่ดีที่สุดในโลกในยุคปัจจุบันอย่างเรอัล มาดริดมาร่วมทีมยูเวนตุส แชมป์ของศึกกัลโช่ เซเรีย อา 7 สมัยซ้อน ทำให้กองหน้าวัย 33 ปีเป็นที่จับจ้องของแฟนฟุตบอลทั่วโลกอยู่แล้ว เพราะด้วยสถิติการถล่มประตูที่เรอัล มาดริดตลอด 9 ฤดูกาลที่ผ่านมาของโรนัลโด้นั้นถือว่าสุดยอด และเหลือเชื่อมากๆ โดยการทำประตูได้ถึง 450 ประตูจากการลงสนามไปเพียง 438 นัด ซึ่งมันเท่ากับว่าเขายิงประตูได้มากกว่าจำนวนที่ลงสนามเสียด้วยซ้ำ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาได้เป็นนักเตะบัลลง ดอร์ถึง 4 สมัยตอนอยู่ในสีเสื้อของ “ราชันย์ชุดขาว”  รวมถึงยังกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเรอัล มาดริดอีกด้วย ทำให้การย้ายมาอยู่กับยูเวนตุสนั้นเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากว่าโรนัลโด้จะสามารถทำประตูได้มากเหมือนอย่างในศึกลา ลีก้าสเปนเหรือไม่ เนื่องจากฟุตบอลอิตาลีนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วว่ามีเกมรับที่เหนียวแน่นกว่าทีมจากสเปนอย่างแน่นอน ทำให้นักวิเคราะห์ต่างมองว่าอดีตดาวดังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้จะทำประตูได้น้อยกว่าตอนอยู่กับเรอัล มาดริดอย่างแน่นอน หถึงแม้ว่านักเตะที่เล่นรายล้อมและคอยซัพพอร์ตเขานั้นจะไม่ได้มีคุณภาพที่แตกต่างกันมากนักก็ตาม โดยมีนักเตะอย่างเปาโล ดิบาล่า ฮวน กวาดาร์โด้ และมาริโอ มานด์ซูคิช เล่นเป็นตัวสนับสนุนโรนัลโด้ในทีมยูเวนตุสในฤดูกาลนี้

แต่เริ่มต้นการแข่งขันในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดของฟุตบอลอิตาลีมาแล้ว 3 นัด แต่ปรากฏว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ยังไม่สามารถทำประตูได้แม้แต่ลูกเดียว ซึ่งถือว่าผิดวิสัยมากๆ หากวัดจากสถิติของเขาในตอนอยู่กับเรอัล มาดริด หรือแม้แต่ตอนอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงท้ายๆ ก็ตาม ซึ่งมันทำให้แฟนบอลนั้นมโนไปต่างๆ นาๆ ว่าตอนนี้อาจจะหมดยุคของโรนัลโด้ไปแล้วก็ได้ เพราะด้วยวัยก็ปาไปถึง 33 ปีแล้ว มีน้อยคนมากที่ยังเล่นฟุตบอลได้พีคอยู่ตอนอายุเท่านี้ และยิ่งเป็นตำแหน่งกองหน้าด้วยแล้วยิ่งต้องมีการวิ่งหาพื้นที่ว่างตลอด และใช้พละกำลังเยอะมาก ยิ่งทำให้มีโอกาสสูงมากที่ร่างกายของเขาอาจจะเริ่มโรยลาลงแล้วก็ได้ และยิ่งเมื่อโรนัลโด้ยังไม่สามารถทำประตูแรกอย่างเป็นทางการในสีเสื้อของยูเวนตุสได้ ทำให้ความกดดันก็จะถาโถมเข้าหาเขามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ซึ่งคงต้องลุ้นกันว่าประตูแรกของเขาจะมาเมื่อไหร่

สำรองยาว

    เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังทีมชาติโครเอเชีย เคยเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหมายเลข 1 ของลิเวอร์พูลมาก่อนจนถึงช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนการมาของเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ปราการหลังร่างสูงทีมชาติฮอลแลนด์ที่ทีมไปทุ่มเงินซื้อมาจากเซาต์แธมตันถึง 75 ล้านปอนด์ในช่วงตลาดซื้อขายในเดือนมกราคม หลังจากนั้นมาลอฟเรนจึงกลายเป็นปราการหลังหมายเลข 2 ของทีมมาโดยตลอด แต่ลอฟเรนก็ยังคงได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยจับคู่กับฟาน ไดจค์ ซึ่งเป้นนักเตะเก่าของเซาต์แธมตันด้วยกันทั้งคู่ และดูเหมือนว่าลอฟเรนจะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว หลังจากการมาของกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก ทำให้กองหลังชาวโครแอตวัย 29 ปีเล่นได้ง่ายขึ้น และสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากลอฟเรนกลายเป็นคนคอยดักจังหวะ แล้วให้ฟาน ไดจค์เป็นตัวเข้าชนกับกองหน้าของฝ่ายตรงข้ามแทน ซึ่งเล่นจับคู่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีจนผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะเข้าไปแพ้ให้กับเรอัล มาดริดก็ตาม

เดยัน ลอฟเรนถือว่าทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องมาจนในศึกฟุตบอลโลก ที่เขาสามารถช่วยทีมชาติโครเอเชียผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้ โดยเข้าไปแพ้ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส 2-4 แต่ลอฟเรนก็ทำผลงานได้ดีตลอดทัวร์นาเม้นต์เลยทีเดียว แต่ปัญหามันเกิดขึ้นจากการที่เขามีอาการบาดเจ็บตามมาหลังจากจบศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางเดือนกรกฏาคม ที่เขามีอาการบาดเจ็บบริเวณช่วงกลางลำตัวจนทำให้ไม่สามารถช่วยทีมลิเวอร์พูลในช่วงเปิดฤดูกาลได้ ทำให้โอกาสตกไปเป็นของโจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่งของทีมที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงคู่กับเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์แทน เนื่องจากโจเอล มาติป ตัวสแตนด์บายหมายเลข 1 ก็ดันมีอาการบาดเจ็บในช่วงต้นฤดูกาลด้วย ทำให้กองหลังดาวรุ่งวัย 21 ปีที่เล่นได้ทั้งแบ็คขวา และปราการหลังตัวกลางได้โอกาสทองไปแทน แล้วผลปรากฏว่าโจ โกเมซ ทำผลงานช่วยทีมได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วง 3 นัดแรกของฤดูกาล และช่วยให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมเดียวที่ไม่เสียประตูให้ใครเลยในช่วง 3 นัดแรกของฤดูกาล และถูกมองด้วยว่าเขาน่าจะได้กลายเป็นตัวจริงคู่กับฟาน ไดจค์ไปยาวตลอดฤดูกาลด้วย หากเล่นได้แบบนี้ต่อไป ทำให้เดยัน ลอฟเรน อาจจะเสียหายหลายแสนที่มีอาการบาดเจ็บติดตัวมาแล้วไม่บอกกับทีมแพทย์ของลิเวอร์พูลทันที ซึ่งอาจจะทำให้กองหลังวัย 29 ปีอาจจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองยาวไปตลอดฤดูกาลนี้เลยก็เป็นได้

5 เกมมือถือออฟไลน์เล่นได้ทุกที่ ไม่ต้องง้อเน็ต

    เกมมือถือในปัจจุบันถือว่าพัฒนากว่าเมื่อก่อนมาก ทั้งภาพกราฟฟิกที่สวยงามขึ้น เกมที่หลากลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น เกมรถแข่ง, เกมกลยุทธ์ เกมเอาชีวิตรอด ที่ทำออกมาได้ดี บางเกมจัดว่าเป็นที่นิยมและมียอดดาวน์โหลดสูงมาก สำหรับเกมมือถือในปัจจุบันส่วนใหญ่หากจะเล่นต้องใช้อินเตอร์เน็ตกันแล้ว แต่ก็มีบางค่ายที่ผลิตเกมที่สามารถเล่นแบบออฟไลน์ได้ มีเกมอะไรบ้างไปชมกันเลย

The World 3

เกมแนว RPG ที่สามารถเล่นได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ คงชื่นชอบของใครหลายๆคน ตัวเกมคล้ายกับเกมแนว RPG ทั่วไป มีล่ามอนสเตอร์ ปราบบอส เก็บเลเวล ซึ่งเกมก็มีกราฟฟิกที่สวยงามอลังกาล และทั้งสำคัญสามารถเล่นแบบออฟไลน์ก็ได้ เกมเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทาง App Store และ Google Play Store

Soccer Star 2018 Top Leagues

สายเกมฟุตบอลไม่ควรพลาด นอกจากตัวเกมที่มีกราฟฟิคสวยๆแล้ว เกมยังขนนักเตะดังๆมาไว้เพียบทั้ง คริสเตียโน โรนัลโด, ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ และนักเตะดังๆอีกมากมายให้ผู้เล่นได้สะสมเงินเพื่อปลดล็อกนักเตะ อีกทั้งยังมีโหมดให้เลือกเล่นหลายโหมดให้ได้สนุกกัน สามารถดาวน์โหลดได้แล้วทาง App Store และ Google Play Store

Gods Of Rome

เกมต่อสู้กราฟฟิกอลังกาลจากค่าย Gameloft ในธีมของยุคตำนานกรีกโรมัน เกมจะเป็นการต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1 ให้ผู้เล่นได้เลือกตัวละครลงสนามประลอง ซึ่งมีระบบต่อสู้แบบคอมโบให้ผู้เล่นมันส์สะใจ แถมภาพ เสียง ที่จัดเต็มความสนุก ตัวเกมค่อนข้างกินพื้นที่หน่วยความจำเครื่อง ฉะนั้นหากต้องการโหลดเกมควรเช็คพื้นที่หน่วยความจำก่อนลงครับ สามารถโหลดเกมได้ฟรีทาง  App Store และ Google Play Store

Grand Theft Auto: San Andreas

ยังคงเป็นเกมยอดนิยมอย่าง GTA ที่ถูกพัฒนาลงในเวอร์ชั่นมือถือกับภาค San Andreas ซึ่งผู้เล่นยังคงได้ฟิวส์ความสนุกสนานไม่แพ้เวอร์ชั่นพีซีเลย แม้ว่าเกมจะปล่อยออกมานานแล้วก็ตามแต่ก็ยังมียอดดาวน์โหลดที่สูงไม่แพ้เกมในปัจจุบันเลย สาวกเกม Open World อย่าง GTA ไม่ควรพลาดแต่เกมนี้ไม่ฟรีนะจ้ะ สามารถซื้อเกมได้ทาง App Store ราคา 249 บาท และ Google Play Store ราคา 179 บาท

Head Boxing

เกมแนว Boxing ที่มีรูปแบบการเล่นที่ไม่เหมือนใคร เกมมีเล่นรูปแบบต่อสู้  1 ต่อ 1 ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครแบบใดก็ได้ต่อสู้กับ AI ในเกม ตัวเกมจัดว่าสนุกสนานพอตัวซึ่งไม่ใช่แค่การต่อยเตะธรรมดา แต่จะมีท่าไม้ตายแบบเวอร์วังอลังกาล ทั้ง ทุบด้วยค้อนน้ำแข็ง, มังกรพ่นไฟ, ถีบไกล 100 หลา เรียกว่าทั้งมันส์ทั้งฮา แถมไม่ต้องใช้เน็ตให้เปลืองแบตอีกด้วย สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App Store เท่านั้น

นี่เป็นเกมบางส่วนที่เราขอแนะนำครับ ยังมีเกมอีกเพียบให้ลองเลือกเล่น สำหรับใครที่ชื่นชอบเกมแบบออฟไลน์ก็ไม่ควรพลาด สามารถเล่นได้ทุกที่ ทุกเวลา  ลองดาวน์โหลดมาเล่นกันนะครับ

ปีทองของโมดริช

  ฤดูกาล 2017-2018 เรียกได้ว่าเป็นปีทองของลูก้า โมดริช ยอดกองกลางร่างเล็กชาวโครเอเชียเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะปี 2018 ที่เขาสามารถคว้ารางวัลส่วนตัวรางวัลใหญ่มาครอบครองได้แล้วถึง 2 รางวัล โดยไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาแล้ว ที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น จนช่วยให้ทีมชาติโครเอเชียสามารถผ่านเข้าสู่รองชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ด้วยการเล่นในต่อเวลาพิเศษมาตลอดใน 3 รอบน็อคเอ้าต์ ทั้งรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ยิงจุดโทษเอาชนะทีมชาติเดนมาร์กได้สำเร็จ รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ยิงจุดโทษเอาชนะเจ้าภาพรัสเซียได้ และรอบรองชนะเลิศที่ต่อเวลาเอาชนะทีมชาติอังกฤษมาได้ 2-1 ซึ่งเขาต้องลงเล่นตลอด 120 นาทีมาถึง 3 นัดติดต่อกัน ทำให้รอบชิงชนะเลิศทีมชาติโครเอเชียก็ไม่มีแรงต้านทานทีมชาติฝรั่งเศส จึงพ่ายไปในที่สุด 2-4 ซึ่งทำให้โมดริชได้เพียงแค่รองแชมป์โลกเท่านั้น แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นกว่าใครในฟุตบอลโลก ทำให้เขาได้รับรางวัลโกลเด้น บอล หรือว่านักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์นั่นเอง

นั่นเป็นรางวัลในฐานะการเล่นให้กับทีมชาติโครเอเชีย ส่วนความสำเร็จกับสโมสรอย่างเรอัล มาดริดนั้น ลูก้า โมดริชในวัย 32 ปีก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้สำเร็จด้วย เมื่อเขาเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางร่วมกับเอ็นริเก้ กาเซมิโร่ กองกลางทีมชาติบราซิล และโทนี่ โครสส์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน ที่เล่นเป็น 3 ประสานในแดนกลางได้อย่างลงตัว จนทำให้เขาได้รับรางวัลกองกลางยอดเยี่ยมประจำศึกฟุตบอลยุโรปเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการคว้ารางวัลนี้ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันแล้ว หลังจากเมื่อฤดูกาลก่อนเขาก็เคยได้รับรางวัลกองกลางยอดเยี่ยมมาแล้ว

ส่วนอีก 1 ความสำเร็จของลูก้า โมดริชในปีนี้ก้คือการที่เขาถูกโหวตได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเขาได้รับคะแนนโหวตเหนือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อดีตเพื่อนร่วมทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่เป็นดาวซัลโวของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกด้วย รวมถึงโมฮาเหม็ด ซาล่าหื ที่เป็น 1 ใน 3 ตัวเต็งที่จะคว้ารางวัลนี้ไปครอง แต่สุดท้ายเขาได้รับคะแนนโหวตถึง 318 คะแนนโหวตเลยทีเดียว ส่วนอันดับ 2 เป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสแล้ว ที่ได้ไป 223 คะแนน ส่วนอันดับที่ 3 คือโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ของลิเวอร์พูลที่ได้ไป 134 คะแนนโหวต ซึ่งเหลือเพียงบัลลง ดอร์เท่านั้น ที่เป็นรางวัลใหญ่ที่จะประกาศในปลายปี ที่ดาวเตะวัย 32 ปียังไม่ได้ในปีนี้

6 ทีมที่รอคอย

   ได้ครบ 32 ทีมกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะเริ่มโม่แข้งในรอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีมสุดท้ายกันในช่วงเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทีมที่แน่นอนแล้ว 26 ทีมหลังจากที่ทำการแข่งขันจบฤดูกาลที่แล้วไป ที่มาจากโควต้าการทำอันดับของลีกต่างๆ และต้องรออีก 6 ทีมที่จะต้องทำการเตะเพลย์ออฟเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม ที่จะมีผลประโยชน์รออยู่มากมาย และรายได้ที่มหาศาลไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ หากทีมสามารถเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มได้ โดยการคัดเลือกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นได้ทำการคัดเลือกมาตั้งแต่ต้นเดือนกรกฏาคมแล้วด้วย โดยจะเป็นทีมจากชาติเล็กๆ ก่อนที่จะได้ทำการแข่งขันในรอบคัดเลือกรอบแรก และรอบที่ 2 ก็จะมีทีมที่พอเป็นที่รู้จักมากขึ้น อย่างกลาสโกว เซลติก แลอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็ต้องทำการเตะในรอบคัดเลือกรอบที่ 2 ส่วนรอบที่ 3 ก็จะเป็นพวกทีมวางที่มีค่าสัมประสิตดีกว่าทีมอื่นๆ ที่พึ่งหาบทสรุปได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

6 ทีมที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้ได้ก็คืออาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังจากฮอลแลนด์ที่สามารถเอาชนะดิมาโม เคียฟ ทีมดังจากประเทศยูเครนได้สำเร็จ ด้วยสกอร์รวม 3-1 โดยเป็นสกอร์จากนัดแรกที่แดนกังหันลม ส่วนนัดที่ 2 ก็เสมอกัน 0-0 ทำให้สุดท้ายอาแจ๊กซ์ ผ่านเข้ารอบในที่สุด

ยัง บอยส์ ทีมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่สามารถผ่านดิมาโม ซาเกร็บมาได้สำเร็จ ทั้งที่ในบ้านตัวเองพวกเขาทำได้แค่สมอั 1-1 แต่นัดที่ 2 พวกเขาสามารถบุกชนะได้ถึงเมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย 2-1

เออีเค เอเธนส์ ที่เอาชนะกลาสโกว เซลติกมาได้ในรอบที่แล้ว และรอบนี้พวกเขาก็ยังเหนียวแน่น ด้วยการบุกเอาชนะวิดี้ ทีมจากประเทศฮังการี่ไปได้ 2-1 และนัดที่ 2 พวกเขาสามารถยันเสมอได้สำเร็จ 1-1 ทั้งๆ ที่พวกเขาต้องโดนใบแดงไล่ออกจากสนามถึง 2 คน และต้องเหลือผู้เล่นเพียง 9 คนเท่านั้น

เซอร์เวน่า ซเวดด้า สามารถพลิกสถานการณืกลับมาเข้ารอบได้สำเร็จ หลังจากนัดแรกเสมอกัน 0-0 และนัดที่ 2 ตามหลังก่อนถึง 2 ประตู แต่กลับมาได้ 2 ประตูรวด ทำให้เข้ารอบด้วยกฏอเวย์ โกล

พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ทีมแชมป์ของประเทศฮอลแลนด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่เอาชนะบาเต้ บอริซอฟ ทีมแชมป์จากประเทศเบลารุสได้ถึง 2 นัด ซึ่ง

ทีมสุดท้ายคือเบนฟิก้า ที่มาเอาชนะพีเอโอเคจากกรีซได้ในนัดที่ 2 ถึง 4-1 ถึงแม้ว่าจะถูกนำไปก่อนก็ตาม